updated 8:49 AM ICT, Jan 22, 2018
Headlines:

ประกันส่งสินค้าลดหย่อนภาษีท้ายปี คปภ.แจงยิบแบบประกันได้รับสิทธิ์

            ประกันชีวิตงัดผลิตภัณฑ์ประกันหักลดหย่อนภาษีประชันขายแข่งโค้งสุดท้าย  ค่ายยักษ์เมืองไทยประกันชีวิตชู4แบบประกันตอบโจทย์และทางเลือกให้ลูกค้าที่มองหาผลิตภัณฑ์ลดหย่อนภาษี  ขณะที่ค่ายฟิลลิปประกันชีวิตส่ง 2 แผนเจาะตลาด คือสุขบำนาญ 85/7 และ สุขบำนาญ 85/14   ด้านเลขาฯคปภ.แจงแบบประกันที่ได้สิทธิหักลดหย่อนภาษีที่ถูกต้อง

          นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายของปีถือเป็นช่วงของการวางแผนทางการเงินและมองหาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดหย่อนภาษี ซึ่งประกันชีวิตถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจและสามารถตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวได้เป็นอย่างดี พร้อมยังได้รับความคุ้มครองชีวิตควบคู่กันไปอีกด้วย จึงได้คัดสรรผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตมานำเสนอจำนวน 4 แบบ เพื่อตอบโจทย์และเป็นทางเลือกให้แก่ลูกค้าที่มองหาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดหย่อนภาษี ประกอบด้วย "โครงการเมืองไทย รีเทิร์น รีไทร์" เหมาะสำหรับคนวัยทำงานที่กำลังวางแผนเตรียมเกษียณ โดยชำระเบี้ยประกันภัยสั้นเพียง 5 ปี และรับเงินบำนาญไว้ใช้หลังเกษียณแบบสบายๆ ตั้งแต่ครบอายุ 60 ปี ไปจนถึงครบอายุ 85 ปี สูงถึงปีละ 20% ให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ แบบไม่มีสะดุด หรือแม้กระทั่งหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันในช่วงเกษียณ ก็ยังการันตีการจ่ายเงินบำนาญไปจนครบ 15 ปี ให้แก่คนข้างหลังอีกด้วย ทำได้ตั้งแต่อายุ 20 – 55 ปี

            "โครงการเมืองไทย คุ้มครองพิเศษ" ซึ่งมีให้เลือกทั้งหมด 3 แพ็คเกจ สามารถเลือกได้ตามระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัย ประกอบด้วย โครงการเมืองไทยคุ้มครองพิเศษ 1 ที่จ่ายเบี้ยน้อย แต่สามารถสร้างหลักประกันเงินล้านได้(1) โครงการเมืองไทยคุ้มครองพิเศษ 2 จ่ายเบี้ยสบายๆ 10 ปี โครงการเมืองไทยคุ้มครองพิเศษ 3 จ่ายเบี้ยสั้นๆ เพียง 7 ปี แต่รับเงินจ่ายคืนจนครบอายุ 90 ปี ทั้ง 3 แพ็คเกจจะเน้นความคุ้มครองตลอดชีพ และหากตกเป็นบุคคลทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวรก็ไม่ต้องรับภาระชำระเบี้ยประกันภัย โดยทั้ง 3 แพ็คเกจนี้จะได้รับความคุ้มครองสุขภาพโรคร้ายแรงจากสัญญาเพิ่มเติมซีไอ เพอร์เฟค แคร์ ที่คุ้มครองโรคร้ายมากถึง 36 โรคร้ายแรง โดยให้ความคุ้มครองตั้งแต่ระยะเริ่มต้นอีกด้วย โดยทั้ง 3 แบบทำได้ตั้งแต่อายุ 20 – 55 ปี

            โครงการเมืองไทย ซุปเปอร์ เซฟเวอร์ 25/16 เหมาะสำหรับผู้เริ่มวางแผนลดหย่อนภาษีที่ต้องการจ่ายเบี้ยสบายๆ ยาวถึง 16 ปี แต่ได้รับเงินจ่ายคืนทุกปี และหากตกเป็นบุคคลทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวรก็จะได้รับการยกเว้นชำระเบี้ยประกันภัย ทำได้ตั้งแต่อายุ 1 เดือน – 65 ปี และ"แบบประกันภัย สมาร์ท รีเทิร์น 10/5" เหมาะสำหรับผู้ที่มีเป้าหมายแน่นอนและต้องใช้เงินก้อน โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ชำระเบี้ยประกันภัยเพียง 5 ปี แต่คุ้มครองยาวถึง 10 ปี และมีเงินจ่ายคืนในปีกรมธรรม์ที่ 1-9 ปีละ 6% และในปีกรมธรรม์ที่ 10รับเงินจ่ายคืน 500% รวมตลอดอายุสัญญารับเงินสูงสุดถึง 554% ทำได้ตั้งแต่อายุ 1 เดือน - 65 ปี

     "บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าคัดสรรผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ภายใต้นโยบาย ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) ซึ่งบริษัทฯ ใช้เป็นกลยุทธ์หลักในการดำเนินธุรกิจมาตลอด โดยผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่เรานำมาเป็นทางเลือกทั้ง 4 แบบในครั้งนี้ สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งในเรื่องของความคุ้มครองชีวิตและรับสิทธินำเบี้ยประกันที่ชำระไปหักลดหย่อนภาษีตามหลักเกณฑ์ของสรรพากรอีกด้วย ทำให้เราเชื่อว่าจะได้รับตอบรับจากลูกค้าอย่างดีเช่นที่ผ่านมา" นายสาระ กล่าว

              ด้านนายชวลิต ทองรมย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส-ฝ่ายขาย และ CAO บริษัท ฟิลลิปประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่เหมาะสมสำหรับผู้กำลังมองหาแบบประกันชีวิตเพื่อการเกษียณอายุ ให้ผลตอบแทนสูง พร้อมรับสิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปี สูงสุดถึง 300,000 บาท พร้อมนำเสนอ 2 รูปแบบ คือสุขบำนาญ 85/7 และ สุขบำนาญ 85/14

การวางแผนเตรียมความพร้อมก่อนถึงวัยเกษียณนับเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญสำหรับผู้ต้องการใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างสุขสบาย มีสถานะทางการเงินที่มั่นคง อีกทั้ง จากการสำรวจตลาดพบว่า ส่วนใหญ่ไม่นิยมการทำประกันชีวิตในระยะยาว แบบประกันสุขบำนาญ 85/7 และ สุขบำนาญ 85/14 จึงได้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย ที่ต้องการทำประกันชีวิตประเภทบำนาญในระยะสั้น กลาง โดยมีจุดเด่นของแบบประกันที่น่าสนใจ ดังนี้

               1.ระยะเวลาในการออม สามารถเลือกแผนการออมได้ทั้งระยะสั้น ชำระเบี้ยประกันเพียง 7 ปี (รับประกันอายุตั้งแต่ 15 –46ปี) หรือระยะกลาง ชำระเบี้ย 14 ปี(รับประกันอายุตั้งแต่ 15 –53 ปี) ไม่ต้องตรวจสุขภาพ

               2.การรับเงินบำนาญ ผู้เอาประกันจะได้รับเงินบำนาญ ปีละ 12 % ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ตั้งแต่วันครบรอบปีกรมธรรม์ที่ผู้เอาประกันภัยมีอายุ 60-85ปี สูงสุด 321% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย

               3.สิทธิในการลดหย่อนภาษี ผู้เอาประกันยังสามารถรับสิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพิ่มเติมจากการประกันชีวิตที่หักได้ตามจริง 100,000 บาท โดยเพิ่มเติมค่าลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตที่มีอยู่แล้วตามปกติอีก 200,000 บาท รวมสูงสุดถึง 300,000 บาท 4.รับรองการจ่ายเงินบำนาญจนครบ 15 ปี กรณีที่ผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตหลังจากวันครบรอบปีกรมธรรม์ที่ ผู้เอาประกันภัยมีอายุครบ 60 ปี และยังรับเงินบำนาญไม่ครบ 15 ปี จะได้รับเงินบำนาญในส่วนที่ยังจ่ายไม่ครบ 15 ปี หรือหากเสียชีวิตก่อนรับเงินบำนาญ จะได้รับเงินที่มากกว่าระหว่าง 110% ของเบี้ยที่ชำระมาแล้วทั้งหมด หรือมูลค่าเวนคืนกรมธรรม์

              โดยแบบประกันสุขบำนาญ 85/7 และ สุขบำนาญ 85/14 นั้น นอกจากจะได้รับคุ้มครองตามเงื่อนไขแล้ว ยังเลือกชำระเบี้ยสั้นหรือยาว คือ 7 ปี และ 14 ปี โดยรับประกันตั้งแต่อายุ 15 –46ปี และ 15 –53 ปี ตามลำดับ แนวโน้มปัจจุบันความต้องการของผู้มีรายได้หันมาใส่ใจกับการลงทุน และการออมเพื่อการเกษียณอายุกันมาก โดยแบบประกันดังกล่าวจะเป็นการออมที่ช่วยล็อกผลประโยชน์ในระยะยาว มีผลตอบแทนที่น่าสนใจ เพื่อสร้างความมั่นคงในอนาคต และยังสามารถลดหย่อนภาษี ในสิ้นปีนี้อีกด้วย

              ด้านดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันธุรกิจประกันชีวิตมีการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตใหม่ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนผู้เอาประกันภัย ทั้งผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบระยะสั้น และผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบระยะยาว เช่น การประกันชีวิตแบบตลอดชีพ และประกันชีวิตแบบบำนาญที่ประชาชนสามารถนำหลักฐานการชำระเบี้ยประกันชีวิตไปหักลดหย่อนภาษีได้ ทั้งนี้ เบี้ยประกันชีวิตที่ประชาชนสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร ได้แก่ เบี้ยประกันชีวิตสำหรับกรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีกำหนดระยะเวลาคุ้มครอง ตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปีภาษี 2552 สามารถนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้สูงสุดถึง 100,000 บาท และเบี้ยประกันสุขภาพที่คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมและจูงใจให้ประชาชนทำประกันสุขภาพ ซึ่งจะช่วยลดภาระในด้านค่ารักษาพยาบาลของประชาชน

              ล่าสุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ออกกฎกระทรวง เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2560 และได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2560 ซึ่งประชาชนสามารถนำเบี้ยประกันสุขภาพมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ได้ไม่เกิน 15,000 บาท แต่เมื่อรวมกับการหักลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตทั้งหมดแล้วต้อง ไม่เกิน 100,000 บาท ทั้งนี้ เบี้ยประกันสุขภาพดังกล่าวต้องเป็นเบี้ยประกันสุขภาพที่ได้จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป

              นอกจากนี้ ยังมีเบี้ยประกันชีวิตสำหรับกรมธรรม์แบบบำนาญ ซึ่งประชาชนสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้ เพิ่มจากเบี้ยประกันชีวิตตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมินสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท ซึ่งเป็นเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญตั้งแต่ปีภาษี 2553 โดยเมื่อรวมกับเงินที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน หรือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพแล้ว ต้องไม่เกิน 500,000 บาท

              (ข่าวธุรกิจประกันภัย หนังสือพิมพ์เส้นทางนักขาย ฉบับที่ 362 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 ธันวาคม 2560)

Leave a comment

Make sure you enter the (*) required information where indicated. HTML code is not allowed.

Bingo sites http://gbetting.co.uk/bingo with sign up bonuses