updated 8:49 AM ICT, Jan 22, 2018
Headlines:

สธ.ปลุกผี!ประกันนักท่องเที่ยว ฤา ...จะล่มซ้ำรอยก.ท่องเที่ยว

              ส่อเค้าจะเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาทุกขณะ สำหรับการประกันอุบัติเหตุสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาพำนักหรือท่องเที่ยวในประเทศไทยที่มีวอลุ่มกว่า 30 ล้านคนต่อปี    โดยรอบนี้มีแม่งานหลักคือ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุขเป็นเจ้าภาพขับเคลื่อนให้เกิดเที่ยวนี้ ด้วยโจทย์หลักของกระทรวงสาธารณสุขที่แบกรับภาระงบประมาณค่าใช้จ่ายไม่ไหวเพราะปีๆหนึ่งต่างชาติเกิดเจ็บป่วยฉุกเฉินเข้ารพ.ของรัฐจำนวนมาก ส่วนใหญ่แล้วไม่สามารถจะเรียกเก็บเงินค่ารักษาพยาบาลกับชาวต่างชาติที่เป็นนักท่องเที่ยวได้ ลำพังหากเป็นอุบัติเหตุทางรถยนต์ยังพอทำเนา เพราะยังมีประกันพรบ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลให้ แต่หากเป็นอุบัติเหตุที่เกิดจากอาหารเป็นพิษบ้าง ขี่จักรยานยนต์ล้มบ้าง หรือปีนเขาตกได้รับบาดเจ็บ เป็นต้น ส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีการซื้อประกันคุ้มครองเอาไว้

              ด้วยเหตุนี้สธ.โดยกรมสบส.เลยมีความต้องการจะผลักดันรัฐบาลได้ออกกฎหมายบังคับให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้มีการจัดซื้อประกันคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลกรณีฉุกเฉินเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมา โดยมีความคิดจะชาร์ทหรือบวกเพิ่มเข้าไปกับการขอวีซ่าก็ดี หรืออาจจะมีการให้บริษัทประกันเข้าไปตั้งโต๊ะในด่านตม.หรือการท่าอากาศยานฯก็ได้ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนตลาดใหญ่ของไทยเวลานี้ที่เข้ามาเที่ยวในบ้านเราเป็นปัญหาหนักอก เพราะส่วนใหญ่แล้วไม่ได้มีการซื้อประกันภัยคุ้มครองไว้เลย ดังนั้นหากมีการออกกฎหมายบังคับเหมือนในหลายประเทศยุโรปได้ก็จะดี ซึ่งจะมีเงื่อนไขบังคับให้นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องมีการซื้อประกันคุ้มครองก่อนจะเข้ามาพำนักในประเทศของเขาเหล่านั้น โดยประเทศไทยน่าจะทำได้เช่นกัน จึงเป็นที่มาให้กรมสบส.มีความคิดในการผลักดันประเด็นนี้เพื่อเป็นการแบ่งเบาหรือลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลนักท่องเที่ยวต่างชาติไปโดยปริยาย

            ประกอบกับอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้กรมสบส.ต้องเร่งรีบผลักดันเรื่องนี้ร่วมกับบริษัทประกันฯ ก็เนื่องจากสธ.ต้องเดินไปในทิศทางสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็น Medical Hub หรือศูนย์กลางสุขภาพระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายของการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรืออีอีซี เนื่องจากรัฐบาลเห็นว่า วงการแพทย์และบริการของไทย ได้รับคำชื่นชมจากทั่วโลก โดยที่ผ่านมาสร้างรายได้เข้าประเทศกว่าปีละ 1 แสนล้านบาท เพราะฉะนั้นประเทศไทยจึงถูกมองว่า มีศักยภาพมากพอในการพัฒนาเป็น Medical Hub เพราะมีจุดเด่นที่ราคาสมเหตุสมผล การบริการครบวงจร รวมถึงบุคลากรมีความเชี่ยวชาญ และแหล่งท่องเที่ยวในไทยมีความหลากหลาย ดังนั้น อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจรจึงเป็น 1 ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศผ่านอีอีซี

              สำหรับความคืบหน้าในเรื่องนี้ นายกิตติ ปิณฑวิรุจน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานกฎหมาย และความสัมพันธ์ภาครัฐ บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต ในฐานะกรรมการบริหารสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า ล่าสุดทั้งสมาคมประกันชีวิตไทยและสมาคมประกันวินาศภัยไทยได้ข้อยุติตัวเลขค่าเบี้ยประกันอุบัติเหตุนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาพำนักหรือเที่ยวในไทยออกมาแล้ว โดยเบี้ยและความคุ้มครองขั้นต่ำอยู่ที่เรทพำนักในไทย 15 วัน เบี้ยฯจะอยู่ที่ 30 บาท โดยคุ้มครองกรณีเสียชีวิต 300,000 บาท หากเกิดกรณีเจ็บป่วยจากอุบัติเหตุฉุกเฉินให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลต่อคนไม่เกิน 30,000 บาท โดยหากพำนัก 30 วัน หรือ 60 วัน และ 90 วัน ก็จะคิดอัตราเบี้ยฯสูงขึ้นมาตามลำดับ โดยอัตรานี้ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายต่างๆในการดำเนินงานที่จะเกิดขึ้นตามมาอีก

                 “เรื่องนี้เราได้พูดคุยกันมาหลายครั้งทีเดียว หลังจากทางสธ.ได้ประชุมและให้โจทย์มา โดยให้ใส่เรื่องของความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลกรณีประกันสุขภาพฉุกเฉินเข้าไป มันเลยทำให้ราคาค่าเบี้ยกระโดดขึ้นไป โดยก่อนหน้านี้ทางสมาคมประกันชีวิตฯก็ไปศึกษาทำราคาค่าเบี้ยฯมาราคาหนึ่ง โดยใส่เรื่องคุ้มครองกรณีฉุกเฉินเข้าไปด้วย 1 แสน โดยไม่กล้าใส่ให้เยอะ เพราะกลัวบางคนเจ็บป่วยมาก่อนแล้วมาเคลม ป่วยฉุกเฉิน บริษัทประกันฯก็กลัว ซึ่งตอนนั้นสมาคมฯทำเบี้ยออกมาปรากฎว่าแพงกว่าสมาคมประกันวินาศภัยไทย เพราะเราไม่มีตัวเลขสถิติเหมือนสมาคมประกันวินาศภัยฯ และจนมามีการเรียกนักคณิตศาสตร์ประกันภัยของทั้งสองสมาคมฯเข้ามาคุยกันว่า ตัดเงื่อนไขตัวไหนได้บ้าง เพื่อให้เบี้ยถูกลงมา ในที่สุดก็ตัดเรื่องเงื่อนไขคุ้มครองสุขภาพกรณีค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉินออกไป เหลือเพียงประกันพีเอฉุกเฉิน และโค้ดเบี้ยออกมาได้ล่าสุด ซึ่งทั้งสองสมาคมฯคงจะนำเสนอเข้าที่ประชุมเพื่อหารือกับนางสาววราวรรณ เวชชสัสถ์ รองเลขาธิการ ด้านกำกับของคปภ.ต่อไป ก่อนจะนำเสนอให้กับทางกรม สบส. กระทรวงสาธารณสุขพิจารณาต่อไป โดยเฉพาะอัตราค่าเบี้ยฯนี้ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายเข้าไปด้วย รวมถึงยังไม่มีการพูดถึงว่าจะให้นักท่องเที่ยวซื้อจากใครและอย่างไรนายกิตติ กล่าว

              อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระดับสูงจากสมาคมประกันวินาศภัยไทย ให้ความเห็นว่า ขณะนี้มีความเป็นห่วงว่า ค่าเบี้ยฯที่ทั้งสองสมาคมฯคิดคำนวณออกมาคงจะไม่เพียงพออย่างแน่นอน เกรงว่าค่าดำเนินการอาจจะสูงกว่าค่าเบี้ยฯที่คิดออกมาก็ได้ ซึ่งธุรกิจมีความกังวลเป็นอย่างมาก ครั้นจะไปโค้ดเบี้ยฯให้ขยับสูงขึ้นมา ก็เกรงว่าจะได้รับการคัดค้านจากกระทรวงท่องเที่ยวฯ เป็นต้นเหตุอุปสรรคทำให้นักท่องเที่ยวลดลง ซึ่งตามหลักการแล้วไม่ถูกต้องเลย เพราะค่าเบี้ยที่คำนวณออกมายังถูกกว่าราคาน้ำเปล่าที่นักท่องเที่ยวซื้อดื่มกินเสียอีก และเมื่อเทียบกับในหลายประเทศในยุโรปที่มีการบังคับให้นักท่องเที่ยวต่างชาติซื้อประกันคุ้มครองด้วยแล้ว โดยเฉพาะคนไทยก็นิยมเดินทางไปเที่ยวกันนั้น ก็ยังต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันสูงเลย ดังนั้นรัฐบาลไทยเราก็ควรตระหนักในเรื่องนี้

              และอีกประการหนึ่ง ภาคธุรกิจประกันภัยจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือในการบุรณาการทำงานร่วมกันเพื่อผลักดันให้การออกกฎหมายมาบังคับนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มีการทำประกันคุ้มครองนั้นบรรลุผลสำเร็จด้วย โดยจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย ไม่ว่าจะเป็นตม. กรมศุลกากร กระทรวงต่างประเทศ หรือการท่าอากาศยานฯ มิใช่มีการบ่ายเบี่ยงหรือถูกมองว่าเป็นการโยนภาระการทำงานให้ซึ่งกันและกัน ซึ่งเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะมิฉะนั้นแล้ว การผลักดันให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้มีการซื้อประกันคุ้มครอง โดยไม่ให้ตกเป็นภาระงบประมาณค่าใช้จ่ายของกระทรวงสาธารณสุข ก็คงจะบรรลุผลสัมฤทธิ์ได้ยาก เพราะฉะนั้นสธ.คงจะต้องมีการเจรจาพูดคุยกันในความร่วมมือในการทำงานร่วมกันให้สะเด็ดน้ำในเรื่องนี้เสียก่อน เพราะมิฉะนั้นแล้วก็จะเกิดปัญหาโครงการนี้ล่มปากอ่าวเสียก่อน เพราะไม่ทันไรก็เจอตอเสียแล้ว

              ทั้งนี้ก็เคยมีบทเรียนมาแล้ว จากเมื่อช่วง 1-2 ปีมานี้ กระทรวงการท่องเที่ยวฯได้เคยมีความพยายามผลักดันในเรื่องของบประมาณจัดเก็บค่าธรรมเนียมเข้าประเทศไทย (วีซ่า) ของนักท่องเที่ยวในแต่ละปีเพิ่ม โดยนำงบบางส่วนมาจ่ายเงินเบี้ยโครงการประกันภัยนักท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าจะใช้เฉลี่ย 180-200 ล้านบาท/ปี กระทั่งกระทรวงการคลังได้ผ่านความเห็นชอบในหลักการแล้ว แต่ให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯไปศึกษาความคุ้มค่าในเรื่องนี้เสียก่อน จนท้ายสุดโครงการก็ล่มไป ทำเอาสมาคมประกันวินาศภัยไทยต้องเสียเวลาไปทำการศึกษาตัวเลขอัตราค่าเบี้ยประกันและเงื่อนไขความคุ้มครองออกมากว่าจะเสร็จสมบูรณ์ร่วมหลายเดือนทีเดียว แต่สุดท้ายเรื่องก็เงียบหายไป

               เพราะฉะนั้น ก็คงจะต้องติดตามลุ้นกันดูว่า การผลักดันของหน่วยงานกรมสบส. กระทรวงสาธารณสุขรอบนี้จะทำสำเร็จหรือไม่ หรือจะล่มปากอ่าวเสียก่อนกันแน่ โดยเฉพาะการพูดคุยหารือกันในรอบนี้เป็นเรื่องของการประกันอุบัติเหตุนักท่องเที่ยวต่างชาติที่โจทย์มุ่งเน้นพุ่งเป้าลงไปที่เรื่องการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลกรณีฉุกเฉินจากกรณีนักท่องเที่ยวเจ็บป่วยจากอุบัติเหตุเสียมากกว่า ซึ่งต่างจากโครงการที่สมาคมประกันวินาศภัยไทยได้ไปทำการศึกษาก่อนหน้านี้ ซึ่งเน้นพุ่งเป้าหมายไปเรื่องของความคุ้มครองเยียวยานักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวบ้านเราแล้วถูกทำร้าย หรือฆาตกรรมจนเสียชีวิตเป็นเป้าหมายใหญ่ ซึ่งคงไม่ได้พุ่งเป้าหมายไปในเรื่องของการเบิกค่ารักษาพยาบาลกรณีฉุกเฉินเหมือนเที่ยวนี้แต่อย่างใด

              (สกู๊ปธุรกิจประกันภัย หนังสือพิมพ์เส้นทางนักขาย ฉบับที่ 362 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 ธันวาคม 2560)

Last modified onMonday, 18 December 2017 05:34

Leave a comment

Make sure you enter the (*) required information where indicated. HTML code is not allowed.

Bingo sites http://gbetting.co.uk/bingo with sign up bonuses