updated 8:51 AM ICT, Dec 18, 2017
Headlines:
บทสัมภาษณ์

บทสัมภาษณ์ (24)

บทสัมภาษณ์ : คุณแพรวพรรณ พลนาค บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

"ทำวันนี้และทุกๆ วันให้ดีที่สุด พลังแห่งความมุ่งมั่นในการทำงาน

จะทำให้เราก้าวสู่ความสำเร็จได้เป็นอย่างดี"

คุณแพรวพรรณ พลนาค

ผู้จัดการหน่วย

บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) สาขาบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา

เส้นทางนักขาย ฉบับนี้ จะพาคุณผู้อ่านไปรู้จักกับ คุณแพรวพรรณ พลนาค ผู้จัดการหน่วย บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) สาขาบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่จะมาบอกเล่าเรื่องราวการประสบความสำเร็จในอาชีพตัวแทน จนคว้ารางวัลอันดับ 1 ตัวแทนคุณภาพดีเด่นไทยสมุทร OQA ปี 2560 ซึ่งรางวัลนี้ ได้รับต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 10 แล้ว

คุณแพรวพรรณ เริ่มต้นเข้าสู่ธุรกิจประกันชีวิตกับครอบครัว  OCEAN LIFE ไทยสมุทรฯ โดยการแนะนำลูกค้าให้ คุณสมพิศ คุณารักษ์ ผู้เป็นพี่สาว และผู้จัดการหน่วยในขณะนั้น ควบคู่ไปกับการทำธุรกิจส่วนตัว จนวันหนึ่ง คุณนันทวัฒน์ บุญทันเจริญพงษ์ (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ) เห็นแววความสามารถและไลฟ์สไตล์ที่ชอบการท่องเที่ยวของ คุณแพรวพรรณ ซึ่ง OCEAN LIFE ไทยสมุทรฯ เองก็จัดทัศนศึกษาให้กับตัวแทนที่สร้างผลงานขายได้ตามเป้าหมาย จึงชักชวนให้เข้ามาร่วมงานกับไทยสมุทรอย่างเต็มตัว จนถึงปัจจุบันนับเป็นเวลากว่า 13 ปีที่คุณแพรพรรณ เข้ามาเป็นคนในครอบครัว OCEAN LIFEไทยสมุทรประกันชีวิต

และด้วยความที่ คุณแพรวพรรณ คลุกคลีอยู่กับพี่สาวที่อยู่ในอาชีพตัวแทนมาก่อน ทำให้มีมุมมองที่ดีต่อตัวแทนประกันชีวิต เนื่องจากเห็นการทำงานวางแผนทางการเงินให้กับลูกค้า รวมทั้งสร้างหลักประกันความมั่นคงให้กับครอบครัวลูกค้า เมื่อมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น การทำประกันก็มีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือครอบครัวได้ จึงยิ่งรู้สึกอยากเข้ามามีส่วนในการช่วยเหลือคนมากขึ้น

เช่นเดียวกันเมื่อ คุณแพรวพรรณ มีความคิดที่ดีเกี่ยวกับอาชีพตัวแทนประกันชีวิต ก็ทำให้เป็นคนที่คิดบวกอยู่เสมอ โดยการทำงานให้ประสบความสำเร็จก็ต้องเริ่มมาจากตัวของเราเองก่อน ต้องมีความตั้งใจจริง ขยัน อดทน และใฝ่เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา รวมทั้งการเข้าร่วมอบรมสัมมนาหลักสูตรที่บริษัทฯ จัดขึ้น เช่น สัมมนา APLIC ที่ทำให้เปิดโลกทัศน์ในการทำงานได้เป็นอย่างดี

แน่นอนว่า ทุกคนย่อมมีเป้าหมายในชีวิตของตนเอง คุณแพรวพรรณ ก็เช่นกัน นอกเหนือจากความสำเร็จในอาชีพการเป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ทำให้ฐานะความเป็นอยู่ และหน้าที่การงานดีขึ้นแล้ว

"เป้าหมายที่มุ่งมั่นที่จะทำให้ได้ในปีนี้คือ การสร้างผลงานขายเพื่อพิชิตรางวัล MDRT ซึ่งเป็นรางวัลระดับโลก ที่จะมีการมอบรางวัลที่ ลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยดิฉันเชื่อมั่นว่ารางวัลนี้ไม่ไกลเกินเอื้อมอย่างแน่นอน ถ้าเราไม่ละทิ้งความพยายาม นอกจากนี้ ดิฉันยังมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างทีมงานให้เป็นตัวแทนประกันชีวิตที่มีคุณภาพ  เป็นที่ปรึกษาทางการเงินที่ดีให้กับลูกค้า และสามารถสร้างรายได้ที่ดีและความมั่นคงให้กับครอบครัวของทีมงาน   ทำวันนี้และทุกๆ วันให้ดีที่สุด พลังความมุ่งมั่นในการทำงานจะทำให้เราก้าวสู่ความสำเร็จได้เป็นอย่างดี"

แต่ทุกอาชีพย่อมมีปัญหาและอุปสรรคที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ อยู่ที่เราจะตั้งสติและรับมือกับมันอย่างไร สำหรับ คุณแพรวพรรณ นั้นกลับมองว่า สิ่งต่างๆ ที่วิ่งเข้ามาเหล่านี้ ถือเป็นประสบการณ์ให้ได้เรียนรู้นำมาแก้ไขข้อบกพร่องในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ช่วยเหลือกันและกัน ทำให้ทีมแข็งเกร่ง ให้คำแนะนำการทำงานกับทีมงานอย่างสม่ำเสมอ ส่งทีมงานเข้าอบรมหลักสูตรที่บริษัทฯ จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับแบบประกัน เพื่อนำเสนอให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า พัฒนาศักยภาพในการทำงานร่วมกันของทีมงาน รวมทั้งกระตุ้นให้ทีมงานสร้างผลงานขายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลต่อรายได้และความก้าวหน้าในหน้าที่การงานของทีมงาน

งานตัวแทนประกันชีวิต  สิ่งสำคัญที่สุด คือ การดูแลลูกค้า ซึ่ง คุณแพรวพรรณ ก็มีหลักการดูแลให้บริการอย่างจริงใจ ซื่อสัตย์ และรับผิดชอบเป็นอย่างดี เพราะลูกค้าคือคนสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับเรา ดังนั้นจึงต้องตอบแทนให้ดีที่สุด  ดูแลให้บริการด้วยความรักความผูกพันอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ให้คำแนะนำแบบประกันและผลประโยชน์ของการทำประกันชีวิตกับลูกค้ากลุ่มใหม่ เพื่อให้ลูกค้าได้มีการวางแผนทางการเงินที่ถูกต้อง

"คนเราทุกคนในบางครั้งเมื่อรู้สึกท้อแท้ ขอแค่อย่าหมดหวัง เชื่อมั่นในตนเอง ทุกคนผ่านจุดที่เลวร้ายไปได้อย่างแน่นอน และจงมองให้สูง มองเพื่อนร่วมงานที่ประสบความสำเร็จ แล้วนำมาเป็นแบบอย่างในการทำงาน ทำให้เรามีพลังที่จะทำงานให้ดีขึ้น และได้รับความสำเร็จเช่นกัน"

ต้องยอมรับเลยว่า คุณแพรวพรรณ พลนาค ถือเป็นหญิงแกร่งอีก 1 คน ในวงการตัวแทนประกันชีวิต ที่ทุ่มเทในการทำงานทั้งแรงกาย แรงใจ จนได้รางวัล อันดับ 1 ตัวแทนคุณภาพดีเด่นไทยสมุทร (OQA) และเป็นการรับรางวัลต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 10 และรางวัลตัวแทนคุณภาพดีเด่นแห่งชาติ (TNQA) ปี 2560 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 ด้วยเช่นกัน รวมทั้งยังได้รับรางวัลทัศนศึกษาต่างประเทศอีกมากมาย อาทิ ประเทศญี่ปุ่น ฝรั่งเศส ตุรกี ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เกาหลี ไต้หวัน  สาธารณรัฐประชาชนจึน ฯลฯ ซึ่งเป็นเครื่องการันตีความสามารถได้เป็นอย่างดีทีเดียว

"ดิฉันรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เข้ามาเป็นตัวแทน OCEAN LIFE ไทยสมุทรฯ บริษัทที่มั่นคง ทำให้มีโอกาสเปิดโลกทัศน์ให้กว้างไกลมากขึ้น และทำให้มีโอกาสได้รับรางวัลความสำเร็จโดยการไปทัศนศึกษาที่ต่างประเทศ นอกจากนี้ผู้บริหารทุกท่านและทีมสนับสนุนงานขายก็ให้คำปรึกษา ช่วยเหลือการทำงานเป็นอย่างดี ทีมงานที่ดูแลก็มีความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อความสำเร็จของตัวเองและบริษัท"

คุณแพรวพรรณ พลนาค นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างความสำเร็จในอาชีพตัวแทนประกันชีวิต ที่ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจเข้าสู่อาชีพนี้ในเบื้องต้น  แต่ด้วยความใส่ใจที่จะสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัวคนไทย พร้อม การบริการ ดูแลเอาใจใส่ลูกค้า หมั่นพัฒนาตนเองด้วยการเข้าร่วมอบรมสัมมนาหลักสูตรต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ ทำให้เธอประสบความสำเร็จในอาชีพการเป็นตัวแทนประกันชีวิตอย่างต่อเนื่อง และเป็นตัวแทนที่ทรงคุณค่า และคุณภาพของ  OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต

(บทความธุรกิจประกันภัย หนังสือพิมพ์เส้นทางนักขาย ฉบับที่ 358 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 ตุลาคม 2560)

บทสัมภาษณ์ : คุณอรรถพล ไชยสง บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด

 “ความสำเร็จเกิดจากการช่วยเหลือผู้อื่นให้ประสบความสำเร็จก่อน

อรรถพล ไชยสง

ตำแหน่ง Diamond

บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด

            คุณพลมุ่งมั่นทุ่มเทในการทำงานเครือข่าย เพื่อสร้างตัวเองและทีมงานจนประสบความสำเร็จ  “อรรถพล ไชยสง” นักธุรกิจเครือข่ายระดับไดมอนด์  “ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์”  เผยเส้นทางการดำเนินชีวิตในการทำงานจนมาถึงวันนี้ จนมาพบกับความ “สำเร็จ” ที่ตัวเองตั้งเป้าหมายไว้

เส้นทางชีวิตก่อนเข้าสู่ธุรกิจเครือข่าย

            เส้นทางชีวิต “อรรถพล ไชยสง” เป็นคนจังหวัดชุมพร เกิดและโตมาในครอบครัวข้าราชการ เมื่อเข้าศึกษาในโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ได้รับทุนการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยที่หอการค้าไทย คณะบริหารธุรกิจ

            หลังจากจบการศึกษา จึงได้เข้าทำงานเป็นพนักงานประจำที่บริษัทเอกชน ไม่นานจึงผันตัวเองมาทำธุรกิจส่วนตัว เพราะต้องการจะมีรายได้ที่มากขึ้น จึงตัดสินใจลาออกจากงานเดิมมาทำธุรกิจส่วนตัว ทำได้สักระยะ ก็ค้นพบว่าไม่สามารถเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้  จึงตัดสินใจกลับมาทำธุรกิจของครอบครัว จนวันหนึ่งมีรุ่นพี่ที่รู้จักมาแนะนำให้รู้จักธุรกิจเครือข่าย จึงมองเห็นโอกาสในการสร้างรายได้ที่ดีกว่าเดิม

เข้าสู่ธุรกิจเครือข่าย

            คุณอรรถพล กล่าวต่อว่า หลังจากที่มีรุ่นพี่มาแนะนำให้รู้จักรูปแบบธุรกิจเครือข่าย และพูดถึงโอกาสทางธุรกิจและผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับเมื่อประสบความสำเร็จ ผมจึงมองเห็นโอกาสของรายได้และผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เลยตัดสินใจบอกกับครอบครัว และทำธุรกิจเครือข่ายตั้งแต่นั้นมา หลังจากที่ทำอยู่ 2 ปี ไม่สามารถประสบความสำเร็จเหมือนที่ตั้งเป้าไว้ ยิ่งทำยิ่งมีรายจ่ายมากกว่ารายรับ จึงตัดสินใจไปใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา 6 เดือน เพื่อหาประสบการณ์ชีวิตเพิ่ม

เข้าร่วมธุรกิจซัคเซสมอร์

            เมื่อกลับจากสหรัฐอเมริกา ก็ได้รับโอกาสกลับมาทำธุรกิจเครือข่ายอีกครั้ง ทำให้ตัดสินใจเข้ามาร่วมฟังธุรกิจ “ซัคเซสมอร์” ในตอนนั้นได้รับฟังข้อมูลทางธุรกิจจากผู้บริหาร โดย นพ.สิทธวีร์ เกียรติชวนันต์ ประธานกรรมการบริหาร และคุณนพกฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด หลังจากได้เข้าร่วมสัมมนา Start Your Business With WHY ทำให้มีความมั่นใจและเลือกทำธุรกิจซัคเซสมอร์

            ซัคเซสมอร์ เป็นธุรกิจเครือข่ายที่พิสูจน์ได้ว่า หากคุณทำจนประสบความสำเร็จแล้ว คุณจะยังคงมีรายได้ไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และทำให้เห็นถึงโอกาสของการมีอิสรภาพทางด้านการเงินและเวลา การมีสุขภาพที่ยอดเยี่ยมนั้นเป็นอย่างไร อีกทั้งเมื่อตัวเราประสบความสำเร็จแล้ว เรายังต้องช่วยเหลือผู้คนในทีมให้ประสบความสำเร็จตามที่เราได้รับ อย่างน้อยคนในทีมของเราจะต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตามปรัชญาของบริษัท Inspiration Your Being นี่คือสิ่งที่ทำให้ชอบในธุรกิจซัคเซสมอร์

แนวคิดในการทำธุรกิจ

            การที่เราจะประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้ ไม่ได้เกิดจากการทำงานตัวคนเดียว เรามีรุ่นพี่ที่ประสบความสำเร็จ ที่คอยให้คำปรึกษาและคำแนะนำเรื่องการทำงานอยู่เสมอ ผมเชื่อว่า พลังของการสร้างที่แข็งแกร่ง ทีมงานจะต้องมีความรู้ ทักษะ และความเข้าใจที่ถูกต้อง สิ่งนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้องค์กรเติบโต และผมมีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะช่วยเหลือคนในทีมงานให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น ในทุกพื้นที่ ทุกวันนี้ผมมองเห็นความสำเร็จของคนเหล่านั้น ผมรู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมาก ผมมีความรู้สึกผูกพันกับองค์กรเหมือนพี่เหมือนน้อง นี่แหละเป็นปัจจัยสำคัญของการให้และความสามัคคี ทำให้ผมมีความสุข

ฝากทิ้งท้าย

            หลายคนมองว่า ธุรกิจเครือข่ายมีคนประสบความสำเร็จน้อย ซึ่งในความจริงแล้วไม่ใช่เลย ทุกอาชีพบนโลกใบนี้ มีคนสำเร็จน้อยเสมอ แต่เราต้องรู้ว่าเราจะเป็นคนสำเร็จ หรือคนไม่สำเร็จ

            (บทสัมภาษณ์ธุรกิจประกันภัยหนังสือพิมพ์เส้นทางนักขาย ฉบับที่ 357 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1-15 ตุลาคม 2560)

บทสัมภาษณ์ : ดร.ประกาสิต เลิศมุกดา และ ดร.วรวุฒิ บริบูรณ์ธนกิจ บริษัท แม็กซ์ อินเตอร์ เน็ตเวิร์ค จำกัด

ก้าวใหม่ “แม็กซ์ อินเตอร์ เน็ตเวิร์ค”

“ประกาศิต” – “วรวุฒิ”

จัดทัพ 8 ยุทธศาสตร์ เข้าตลาดหลักทรัพย์ ปี 62

ดร.ประกาสิต เลิศมุกดา และ ดร.วรวุฒิ บริบูรณ์ธนกิจ

ประธานกรรมการบริหาร

บริษัท แม็กซ์ อินเตอร์ เน็ตเวิร์ค จำกัด

นับเป็นอีกหนึ่งองค์กรธุรกิจเครือข่ายน้องใหม่ขายตรง ที่มีการทำธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ปักหลักสู้ไม่ถอย แม้จะมีอุปสรรคขวากหนามขวางอยู่บ้าง แต่ด้วยวิสัยทัศน์ของสองบิ๊กบอสหนุ่มไฟแรง ดร.ประกาสิต เลิศมุกดา และ ดร.วรวุฒิ บริบูรณ์ธนกิจ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แม็กซ์ อินเตอร์ เน็ตเวิร์ค จำกัด ที่มีประสบการณ์อย่างโชกโชนในการดำเนินธุรกิจเครือข่าย ร่วมกันประคับประคองสร้างธุรกิจ “แม็กซ์ อินเตอร์ เน็ตเวิร์ค” ก้าวสู่ความยิ่งใหญ่และมั่นคง

            แม็กซ์อินเตอร์ฯ เปิดดำเนินธุรกิจก้าวสู่ปีที่ 4 ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาในการดำเนินธุรกิจของ แม็กซ์อินเตอร์ฯ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปีแรกของการดำเนินธุรกิจสามารถปิดยอดขายได้ถึง 308 ล้านบาท พอในปีที่สองยอดผลประกอบการมีการขยับขึ้นเป็น 600 ล้านบาท และในปี 2559 ที่สามารถปิดยอดขายได้ 835 ล้านบาท   

“แม็กซ์ อินเตอร์ เน็ตเวิร์ค” ให้ความสำคัญต่อการเรียนรู้และการพัฒนาสมาชิกในการทำธุรกิจ มีการพัฒนาระบบการทำงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาระบบออนไลน์ที่สมบูรณ์แบบมีแอปพลิเคชันที่เรียกว่า Maxx Online 4.0 การสร้างสถาบันการเรียนรู้ “แม็กซ์ ออนไลน์ อาคาเดมี่” ควบคู่กับการสร้างระบบ Offline ที่สมบูรณ์แบบครบวงจร

นอกจากนี้การเปิด 8 ยุทธศาสตร์สำคัญในปีนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับสมาชิก และเสริมอาวุธในการรุกตลาดได้เป็นอย่างดี หัวใจสำคัญคือแม็กซ์อินเตอร์จะไม่หยุดพัฒนาทุกด้าน เพื่อให้นักธุรกิจของบริษัททำงานได้ง่ายที่สุด มีรายได้เพิ่มง่ายที่สุด ตามสโลแกนของบริษัทฯที่ว่า “ธุรกิจง่ายๆที่ใครก็ทำได้” ผลักดันให้ยอดขายของบริษัทเติบโตก้าวไปสู่บริษัทพันล้านได้ในระยะเวลาอันใกล้นี้ ที่สำคัญคือการนำบริษัทก้าวไปสู่บริษัทชั้นนำของเมืองไทยในตลาดหลักทรัพย์ต้นปี 2562    

ยุทธศาสตร์ด้านการบริหารการจัดการ

 แม็กซ์อินเตอร์ฯ ได้ตั้งเป้าหมายธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยจะนำบริษัท Maxx Inter Network เข้าตลาดหุ้นร่วมกับบริษัทพันธมิตร บริษัท Innovative Supply ซึ่งเป็นบริษัทใหญ่ ในการทำวิจัยและพัฒนาสินค้า นวัตกรรมเครื่องสำอาง และอาหารเสริม นำเข้าและส่งออก เป็นบริษัทที่ป้อนสินค้านวัตกรรมให้ Maxxอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจะมีสินค้า software รองรับธุรกิจออนไลน์ในอนาคต ซึ่งปัจจุบันได้พัฒนา Application และระบบร้านค้าออนไลน์ E-Market Place ที่ทันสมัยไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว อยู่ในระหว่างการเพิ่มซัพพลายเออร์ เพื่อให้สมาชิกของบริษัทมีรายได้ทางตรงและ Passive Income  เพื่อตอกย้ำความมั่นคงของบริษัทอย่างแท้จริง อีกทั้งสามารถให้สมาชิกและสาธารณชนร่วมเป็นเจ้าของได้  ถือเป็นบริษัทขายตรงที่เปิดมาเพียง 3 ปีแต่มั่นคงที่สุด ที่สำคัญเรามุ่งมั่นที่จะเป็นโรงเรียนสอนธุรกิจออนไลน์ ที่สามารถให้คนไทย เริ่มต้นลงมือทำธุรกิจด้วยเงินเพียง 100 บาทได้ภายในวันเดียว

ยุทธศาสตร์ด้าน การพัฒนาผลิตภัณฑ์

ในปีนี้ยุทธศาสตร์สำคัญคือ การออกผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ 3 ตัว เป็นผลิตภัณฑ์เรือธง เพื่อสร้างกระแสและความแปลกใหม่ให้กับสมาชิกได้แก่ผลิตภัณฑ์ Excell  , ผลิตภัณฑ์Rezvera , ผลิตภัณฑ์น้ำแร่ The MIST ซึ่งถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์เรือธงในปี 2560 ที่จะเข้ามาเสริมเติมความแข็งแกร่งให้กับองค์กร

ผลิตภัณฑ์ “The MIST” สเปรย์น้ำแร่ธรรมชาติ ซึ่งอุดมไปด้วยสารที่สามารถช่วยยับยั้งการเติบโตของเชื้อโรค  ผลิตภัณฑ์ “REZVERA”เรสเวอราทรอลช่วยในกระบวนการเผาผลาญพลังงานในร่างกายและการอยู่รอดของเซลล์ ช่วยบํารุงการทํางานของเส้นประสาทสัมผัสในสมอง ผลิตภัณฑ์“EXCELL” ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับเซลล์โดยเฉพาะ ที่ได้รับการคิดค้นและพัฒนาด้วยนวัตกรรมใหม่จนได้สารสกัดมากคุณค่า อุดมไปด้วยโปรตีนที่จำเป็นต่อการเสริมสร้างความแข็งแรงและฟื้นฟูลึกถึงระดับเซลล์

ยุทธศาสตร์ด้าน การตลาดและ กิจกรรมส่งเสริมทางการตลาด

แม็กซ์อินเตอร์ฯ ได้วางยุทธศาสตร์ด้านการตลาดและกิจกรรมส่งเสริมทางการตลาดไว้อย่างครอบคลุมทุกด้านได้แก่

1. ด้านระบบ fulfillment และ logistic แม็กซ์ได้พัฒนาระบบการจัดการเพื่อให้รองรับกับธุรกิจยุค 4.0 ในด้านการขายสินค้าออนไลน์ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้ง QC. สินค้าก่อนส่งออกให้สมาชิกทุกขั้นตอน ภายใต้ความรวดเร็ว

2. ด้านสาขา แม็กซ์ได้เปิดสาขาใหม่ คือ ที่สาขานครราชสีมา และสาขาปราจีนบุรี เพื่อรองรับการเติบโตและให้บริการสมาชิกในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก เพื่อรองรับสมาชิกใหม่ที่เข้าร่วมธุรกิจแม็กซ์อย่างต่อเนื่อง

3. ด้านคลังสินค้า ในเร็วๆ นี้จะมีการเปิดคลังสมาชิกเพิ่มอีก 5-10 ที่ รองรับการเติบโตของทีมผู้นำในแต่ละจังหวัดที่กำลังทยอยเข้าสู่ธุรกิจแม็กซ์อย่างต่อเนื่อง

4. การจัดโปรโมชั่นต่าง ๆ เช่น การกระตุ้นยอดท็อปสปอนเซอร์ ,การแจกรถยนต์เพื่อใช้งาน, โปรโมชั่นท่องเที่ยวที่จะนำพาสมาชิกไปท่องเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก

5. พัฒนาแผนการจ่าย ให้มีประสิทธิภาพ มากขึ้นกว่าเดิม มีความมั่นคงมากกว่าเดิม ซึ่งจะส่งผลทำให้สมาชิก สามารถสร้างเครือข่ายผู้บริโภคและรับรายได้แบบมั่งคั่งและมั่นคงมากขึ้น เป็นโบนัสพิเศษให้กับบรรดาสมาชิก เพราะบริษัทเชื่อว่าความมั่งคั่งของธุรกิจและความแข็งแกร่งขององค์กร คือ ความยั่งยืนทางธุรกิจของสมาชิก

ยุทธศาสตร์ด้านระบบพัฒนาสมาชิก และฝึกอบรม

สำหรับยุทธศาสตร์ด้านระบบพัฒนาสมาชิกและฝึกอบรมของ แม็กซ์ อินเตอร์ เน็ตเวิร์ค กำหนดไว้ 5 ยุทธศาสตร์ โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้

1. เพื่อสร้างศูนย์กลางในการพัฒนาศักยภาพสมาชิกอย่างเป็นระบบ

2. เพื่อการแก้ปัญหาที่ตรงจุด ในเรื่องของการขยายองค์กร

3. เพื่อความเป็นเอกภาพ เป็นหนึ่งเดียวของคนในองค์กร

4. เพื่อยกระดับผู้นำ ที่มีประสิทธิภาพ ขึ้นมามีบทบาทในการขับเคลื่อนองค์กรร่วมกันกับบริษัท

5. เพื่อเป้าหมาย 1,000 ล้านในปี 2017

การจัดคอร์สการเรียนรู้โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะทางการตลาดเพื่อกระจายองค์ความรู้ไปยังกลุ่มสมาชิกอย่างต่อเนื่องได้แก่หลักสูตร การเริ่มต้นธุรกิจแม็กซ์ MBS (Maxx business start) เป็นหลักสูตรสำหรับสมาชิกใหม่ที่เริ่มต้นทำธุรกิจเครือข่ายและเข้ามาร่วมกับบริษัท ฯ หลักสูตรการทำธุรกิจแบบมืออาชีพ MBP (Maxx business professional) เป็นหลักสูตรสำหรับนักธุรกิจที่ได้ทำธุรกิจกับแม็กซ์มาแล้วระยะหนึ่งและมีการสร้างองค์กรและเครือข่ายเติบโตอย่างต่อเนื่องซึ่งจะมุ่งเน้นเทคนิค ทักษะ กลวิธีทางธุรกิจ ต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จ  หลักสูตรการสร้างผู้นำทางธุรกิจ MBL (Maxx business leadership) เป็นหลักสูตรสำหรับสมาชิกที่มีการสร้างองค์กรได้เติบโตและเริ่มมีสมาชิกภายใต้องค์กรจำนวนมาก หลักสูตรนี้จะมุ่งเน้นในเรื่องการสร้างองค์ความรู้ทางความคิด ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง

ยุทธศาสตร์ด้าน กฎระเบียบจรรยาบรรณ วัฒนธรรมองค์กรและการหล่อหลอมเป็นหนึ่งเดียว

แม็กซ์อินเตอร์ฯ จะโฟกัสไปที่การมุ่งเน้นและปลูกฝังเรื่องของวัฒนธรรมองค์กร และจรรยาบรรณทางธุรกิจให้มีความแข็งแกร่งเพื่อเป็นรากฐานของธุรกิจและความมั่นคงทางธุรกิจแบบยั่งยืน ล่าสุดบริษัท ฯ ได้นำสมาชิกกว่า 200 คน เข้ารับการอบรมมาตรฐานวิชาชีพธุรกิจขายตรง ซึ่งจัดโดย สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ร่วมกับสมาคมพัฒนาการขายตรงไทย เพื่อเป็นการยกระดับความน่าเชื่อถือของบริษัท ฯ นอกเหนือจากนี้การเข้าเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการสมาคมพัฒนาการขายตรงไทย และการดำเนินธุรกิจภายใต้กฎระเบียบ ข้อบังคับของทางราชการ เพื่อเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือและความมั่นคงทางธุรกิจ อันนำมาซึ่งความเชื่อมั่นและมั่นใจของสมาชิกในระยะยาว

ยุทธศาสตร์ด้านการสนับสนุนวงการขายตรงและสร้างคุณค่าสู่สังคม (CSR)

สำหรับยุทธศาสตร์ร่วมสมัยให้ทันกับยุค 4.0นั้น ทีม HR ได้วางแผน สรรหาคัดสรรบุคลากร รวมถึงพัฒนาบุคลากรให้ตรงกับหน้าที่งาน เพื่อก่อให้เกิดประสิทธิภาพในด้านการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ให้สอดคล้องกับยุคการตลาด 4.0 อย่างสูงสุดต่อบริษัท รวมทั้งการบริการ ทักษะการปฏิบัติงานในด้านต่างๆ สร้างเอกลักษณ์ที่เหมาะสมให้กับองค์กร และเสริมศักยภาพของบุคลากรให้เข้ากับนวัตกรรมความทันสมัยยุคการตลาด 4.0  โดยจะเน้นการอบรมพนักงานให้ความรู้ด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ ระบบ ONLINE  รวมถึงการบริการ อย่างไรให้เกิดความประทับใจ บุคลิกภาพมีความสดใส  มี Service Mind ทำงานได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง เพราะบริษัทฯ ให้ความสำคัญด้านการบริการเป็นอย่างยิ่ง  บวกกับการสร้างความสัมพันธ์ในองค์กรให้เกิดความรักและความผูกพันในองค์กร ก่อให้เกิดความสามัคคีร่วมกัน ให้บริษัทเติบโตก้าวไปด้วยกัน เป็นสิ่งที่ทาง HR ละเลยไม่ได้ หัวใจสำคัญต่าง  ๆ เหล่านี้ ต้องขับเคลื่อนให้สอดคล้องกับกลยุทธ์การตลาด 4.0

 ส่วนงานด้านสังคมหรือ CSR ในช่วงครึ่งปีแรก  ถือได้ว่า บริษัทฯ ได้มีส่วนร่วมช่วยเหลือสังคมไปแล้วอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางบริษัทฯ ได้ผลตอบรับกลับมาในมุมที่ดี เช่น การไปบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่จังหวัดสกลนคร  การช่วยเหลือฌาปนกิจญาติของสมาชิกบริษัทฯ  เป็นต้น

ยุทธศาสตร์การดึงสมาชิกเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนองค์กร

ในปัจจุบันแม็กซ์อินเตอร์ฯ ได้มีการจัดตั้งสโมสร Maxx Power โดยกลุ่มคณะผู้นำระดับสูง ที่ผ่านการคัดเลือกในองค์กร เข้ามาทำงานร่วมกันกับบริษัทฯ ดูแลในแต่ละส่วนดังนี้ 1. ฝ่ายพัฒนางานเคลื่อนคน 2. ฝ่ายพัฒนาหลักสูตรการอบรม 3. ฝ่ายพัฒนาเครื่องมือการขยายธุรกิจ 4. ฝ่ายสื่อสารการตลาด เป็นการขับเคลื่อนกิจกรรมเชิงการตลาดเพื่อเป็นการสร้างรายได้เข้ามายังบริษัท ได้แก่ การประชุมเคลื่อนคนไปยังภูมิภาคอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ภายใต้ชื่องาน “maxx mbo revolution”   ซึ่งเป็นรูปแบบงานประชุมเพื่อเปิดโอกาสทางธุรกิจสัญจรไปยังภูมิภาคร่วมกับกลุ่มผู้นำเพื่อสร้างสีสันและกระตุ้นให้เกิดการขับเคลื่อนภายในองค์กร

ยุทธศาสตร์ด้านการตลาดออนไลน์

แม็กซ์อินเตอร์ฯ ให้ความสำคัญกับโลกออนไลน์ และมุ่งเน้นให้นักสมาชิกหรือผู้จำหน่ายอิสระ ได้นำเทคโนโลยี ไปช่วยในการทำการตลาดที่ทันสมัย มีความสะดวก รวดเร็ว ในการนำเสนอทั้งโอกาสทางธุรกิจ และการเสนอขายสินค้า ให้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น เช่น การนำ Application Maxx Online 4.0 ที่ทำงานพร้อมกับ eMarket Place MaxxShopping.com  มาเป็นเครื่องมือในการช่วยให้ สมาชิกหรือผู้จำหน่ายอิสระ ได้นำไปเป็นร้านค้าออนไลน์ ของตัวเอง เน้นการกระจายข้อมูลสินค้าและบริการ พร้อมกับระบบจัดการธุรกิจส่วนตัว  และในอนาคตอันใกล้ Maxx จะมี Applicaiton ที่แยกการทำงานอย่างชัดเจน

นอกจากนั้น Maxx ยังให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยง นวัตกรรมข้อมูลทางด้านการนำเสนอสินค้า โดยได้จัดทำเว็บนำเสนอข้อมูลสินค้าเชิงลึก ในรูปแบบ Sale Page หรือ Landing Page เพื่อเชื่อมโยงกับ Social Media ต่างๆ เช่น Facebook , Line, instagram อีกด้วย ในอนาคตด้านการตลาดออนไลน์ โดยบริษัท ได้ดำเนินการเชื่อมโยงระบบ eMarket Place + ePayment + Logistic เข้าไว้ด้วยกัน โดยได้จับมือร่วมกับ บริษัท Innovative Supply ธนาคารพาณิชย์ต่างๆ และ บริษัท โลจิสติก เพื่อการบริการทางด้านการตลาดออนไลน์ที่ครบวงจร

(บทสัมภาษณ์ธุรกิจเครือข่าย หนังสือพิมพ์เส้นทางนักขาย ฉบับที่ 356 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-30 กันยายน 2560)

บทสัมภาษณ์ : คุณเอื้ออารี ต่อเนื่อง บริษัท ศรีไทย เน็ทเวิร์ค จำกัด

เอก-เอื้ออารี ต่อเนื่อง” ชู “S TECH” ปั้นองค์กรโต

เอื้ออารี ต่อเนื่อง

ตำแหน่ง Team Director

บริษัท ศรีไทย เน็ทเวิร์ค จำกัด

“สังคมที่โลกออนไลน์กำลังเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินชีวิตของคนรุ่นใหม่ เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า สื่อออนไลน์ได้เข้ามามีอิทธิพลต่อสังคมในทุกขณะ…ระบบ S TECH - Srithai Technology ที่เราคิดค้นขึ้นมาจะสามารถทำให้องค์กรเติบโต”

การทำธุรกิจเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนในยุค “ไทยแลนด์ 4.0” การขยายธุรกิจเครือข่าย “ศรีไทย เน็ทเวิร์ค” ในการทำการตลาดบนโลกออนไลน์ “อีคอมเมิร์ซ” ระดับโลก กับนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่อยู่ในวงการเครือข่ายกว่า 20 ปี สามารถที่จะขึ้นมารั้งตำแหน่ง “Team Director” ในเวลาเพียง 1 ปีเท่านั้น และรับรายได้เกือบหลักล้านต่อเดือน คงไม่ใช่เรื่องง่าย และได้มาเพราะโชคช่วยจริงๆ

การเป็นนักธุรกิจเครือข่ายคนรุ่นใหม่ ยังต้องคิดค้นระบบการขายออนไลน์ “S TECH” ขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องมือให้กับนักธุรกิจศรีไทยเน็ทเวิร์คในการขยายธุรกิจได้ทั่วโลก ภายใต้การกุมบังเหียน “สนั่น อังอุบลกุล” ที่นั่งบริหารด้วยตัวเอง

นักธุรกิจคนรุ่นใหม่และหนุ่มไฟแรงที่ว่านี้จะเป็นใครไปไม่ได้เลย นอกเสียจาก “เอก-เอื้ออารี ต่อเนื่อง” ซึ่งวันนี้กลายเป็นนักธุรกิจอิสระตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จในอาชีพ “คนขายตรง” คนหนึ่งของวงการขายตรงไทย ด้วยประสบการณ์และมี “วิชั่น” ที่กว้างไกล ในการทำธุรกิจแบบผสมผสานเครือข่ายยุคเก่ากับเครือข่ายยุคใหม่อย่างลงตัว ด้วยการนำระบบ “ออฟไลน์” และ “ออนไลน์” มาประยุกต์ใช้ในการทำธุรกิจสมัยใหม่ ทำให้การทำงานของ “ศรีไทย เน็ทเวิร์ค” เป็นอะไรที่ลงตัว และสามารถที่จะดึงดูดผู้นำเครือข่ายระดับท็อปๆหรือพระกาฬ เข้าสู่บริษัทหลั่งไหลอยู่ต่อเนื่อง ซึ่งสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับตัวเองและทีมงานได้อย่างชวนติดตามทีเดียว

@การพัฒนากลยุทธ์ในการทำเครือข่าย

เอก-เอื้ออารี ต่อเนื่อง” กล่าวถึงกลยุทธ์ในการทำงานหลักๆ จะมีอยู่ 4 กลยุทธ์สำคัญๆด้วยกัน ได้แก่กลยุทธ์ที่หนึ่งคือ .กลยุทธ์การทำงานแบบออนกราวด์ (On Ground) เป็นการทำงานแบบเดิมๆ (ไดเร็กเซลล์) ที่เป็นการลงพื้นที่ขายของพบปะลูกค้า ซึ่งตอนนี้ทีมทำงานของเราที่มีความรู้ มีประสบการณ์ในด้านนี้กว่า 20 ปีในการทำงานด้านนี้

กลยุทธ์ถัดมาเป็นกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ ในส่วนนี้จะมีการทำงานแบบออนไลน์ (Social Marketting) ทั้งระบบ อาทิ Facebook, Line@,Twitter, Instagram, @Word, Google เป็นต้น ซึ่งเป็นช่องทางที่คนรุ่นใหม่ชอบที่จะทำธุรกิจแบบออนไลน์เป็นอาชีพเสริม เพราะเป็นช่องทางที่สามารถทำได้ง่าย ทำตอนไหนก็ได้ตลอดเวลา และศรีไทยเน็ทเวิร์คมีทีมงานสำหรับสอนการทำธุรกิจออนไลน์โดยเฉพาะ

กลยุทธที่สามคือ กลยุทธ์ระบบการฝึกอบรมสมาชิก การอบรมถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในการทำธุรกิจเครือข่ายให้บรรลุเป้าหมายได้ ระบบ “3S” เป็นระบบที่จะนำสมาชิกเข้ามาพัฒนาศักยภาพในการทำธุรกิจ เพื่อให้สามารถทำงานให้เข้ากับระบบของบริษัท การพัฒนาองค์กรในภาพรวม

และกลยุทธ์สุดท้ายคือกลยุทธ์โซเชียลคอมเมิร์ซแพลทฟอร์ม (Social Commerce Platform) S TECH - Srithai Technology เป็นการเชื่อมระบบการทำธุรกิจของ “ศรีไทย เน็ทเวิร์ค” ไปรวมอยู่บนระบบออนไลน์ ซึ่งบริษัทมีการลงทุนครั้งใหญ่ในการพัฒนาระบบกว่า 10 ล้านบาท

@ระบบ S TECH - Srithai Technology

ทุกวันนี้สังคมโลกออนไลน์กำลังเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินชีวิตของคนรุ่นใหม่ เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า สื่อออนไลน์ได้เข้ามามีอิทธิพลต่อสังคมทุกขณะ ตั้งแต่กิจวัตรประจำวันตื่นเช้ามาจนเข้านอน อีกทั้งความรวดเร็วและความสะดวกสบายของโลกออนไลน์ที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งศรีไทยฯมองเห็นถึงการเติบโตของโลกโซเชียลฯที่ขยายตัวกว่า 4 พันล้านคนทั่วโลกในตอนนี้ และเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ระบบ S TECH - Srithai Technology ที่เราคิดค้นขึ้นมาจะสามารถทำให้องค์กรเติบโตขึ้นได้

ในการทำการตลาดออนไลน์ทุกคนจะต้องมีเว็บไซต์ เว็บเพจเป็นหน้าร้านของตัวเอง ถึงจะทำการตลาดออนไลน์ได้ แต่ “ศรีไทย เน็ทเวิร์ค” ได้วางระบบออกแบบหน้าร้านให้สมาชิกเรียบร้อยแล้วและมีโครงสร้างของราคาสินค้าที่ชัดเจน เพื่อเป็นการป้องกันการขายตัดราคาของสมาชิก ซึ่งระบบการทำงาน S TECH จะมีการออกเว็บไซต์เป็นหน้าร้านของแต่ละคนที่เป็นสมาชิกของบริษัท ที่เรียกว่า Srithaiipshop.com เช่น (http://ake9.srithaiipshop.com) ในนั้นจะประกอบไปด้วยคอนเทนท์ต่างๆ ของบริษัทจัดทำขึ้น รวมทั้งรายการของสินค้าสิทธิบัตรของบริษัทที่มากกว่า 60 รายการ ซึ่งเราสามารถแชร์เนื้อหาสาระต่างๆ ไปยังโลกโซเชียลเน็ตเวิร์คได้อย่างง่ายดาย เปรียบเสมือนหน้าร้านของเราเอง เมื่อมีการสั่งซื้อสินค้าเข้ามา ก็จะส่งตรงไปยังบริษัท และบริษัทจะจัดทำการส่งของให้กับลูกค้าทันที โดยเราไม่ต้องจัดส่งด้วยตัวเอง

อีกส่วนหนึ่งของระบบ S TECH คือการสปอนเซอร์คนผ่านออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ Stechip.com เป็นระบบซึ่งจะเป็นหน้าเว็บไซต์ของเราที่ได้จากบริษัทในฐานะสมาชิก เช่น (http://ake9.stechip.com) เมื่อเปิดเข้ามาที่หน้าเว็บไซต์จะเป็นวิดีโอในการเชื้อเชิญให้เข้าร่วมกับธุรกิจศรีไทยฯ เมื่อมีผู้สนใจที่จะเข้าร่วมเป็นสมาชิกกับเราก็จะมีลิ้งค์เข้าให้กรอกใบสมัครเลยภายในเว็บไซต์ ซึ่งระบบนี้สามารถที่จะใช้ได้ทุกคนเมื่อเป็นสมาชิกกับ “ศรีไทย เน็ทเวิร์ค”

@การเปลี่ยนแปลงของบอร์ดบริหาร

เอก-เอื้ออารี ต่อเนื่อง” การเปลี่ยนแปลงของบอร์ดบริหารที่เกิดขึ้นไม่ได้สร้างความหนักใจให้กับเราเลยในการทำงานเพราะบิ๊กบอสใหญ่ “สนั่น อังอุบลกุล” ลงมาบริหารด้วยตัวเอง เพื่อดึงศรีไทยเน็ทเวิร์คก้าวสู่องค์กรพันล้านเพื่อนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์เป็นองค์กรมหาชน วันนี้เรามีความมั่นใจในการทำงาน สามารถเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรที่จะสร้างความยิ่งใหญ่ให้ศรีไทยฯ เติบโตยิ่งขึ้นได้

ตอนนี้เราวางแผนการทำงานพื้นฐานให้แน่นและรัดกุม การสร้างระบบในการขับเคลื่อนคนอย่างมืออาชีพ และทุกคนต้องมีเครื่องมือในการทำงาน รวมถึงระบบการเทรนนิ่งที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งตอนนี้มีการเตรียมความพร้อมเสร็จสรรพแล้ว”

@มองภาพรวมเครือข่าย

             เมื่อมองจากภาพรวมครึ่งปีแรกของการทำงานแล้ว ถือว่าปีนี้ยังมีผลกระทบอย่างต่อเนื่องจากในหลายปีที่ผ่านมา ทั้งเศรษฐกิจ มันนี่เกม แชร์ลูกโซ่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ฉุดให้ภาพรวมของธุรกิจเครือข่ายเสียหาย ภาครัฐต้องมีความชัดเจนกับการปราบปรามแชร์ลูกโซ่ จึงจะทำให้เครือข่ายมีการเติบโตขึ้น เมื่อเศรษฐกิจแย่กำลังซื้อก็ลดลง ทุกบริษัทจะต้องแข่งกันในเรื่องของคุณภาพสินค้าในราคาที่คู่ควร

            (บทสัมภาษณ์ธุรกิจเครือข่าย หนังสือพิมพ์เส้นทางนักขาย ฉบับที่ 355 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1-15 กันยายน 2560)

บทสัมภาษณ์ : คุณบงกช บวรฤกษ์ นายกสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและทีปรึกษาการเงิน

“อาชีพตัวแทนประกันชีวิต เป็นอาชีพที่ทรงคุณค่า สร้างรายได้ให้กับตัวเอง ช่วยให้ประชาชนเข้าใจการออมอย่างเป็นระบบ”

คุณบงกช บวรฤกษ์

นายกสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและทีปรึกษาการเงิน

สมาคมตัวแทนประกันชีวิตและทีปรึกษาการเงิน (THAIFA) ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511 โดยการรวมตัวกันของยอดนักขายประกันชีวิตกลุ่มหนึ่งในยุคนั้น ด้วยความเชื่อที่ว่า จะเป็นศูนย์กลางของบุคลากรในวิชาชีพตัวแทนประกันชีวิตที่มีคุณภาพ และด้วยปณิธานที่ตั้งมั่นในครั้งนั้น ตลอดเวลากว่า 49 ปีที่ผ่านมา ทางสมาคมฯ จึงดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อตัวแทนประกันชีวิตจากทุกบริษัท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของการเสริมสร้างความรู้ เพื่อยกระดับบุคลากรในวิชาชีพ ให้มีความเป็นมืออาชีพไปพร้อมๆ กับการรวมตัวกันอย่างมีเอกภาพ เพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ซึ่งนอกเหนือจากการให้การศึกษาเพื่อยกระดับความรู้แล้ว สมาคมฯ ตั้งใจให้มีกิจกรรมที่จะให้กำลังใจแก่สมาชิกที่ตั้งใจทำงาน จนบรรลุเป้าหมายของตัวเอง

จากปณิธานดังกล่าวทำให้สมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน อยู่ควบคู่กับอาชีพตัวแทนฯมาโดยตลอด ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงสะท้อนปัญหาต่างๆ ของตัวแทนต่อภาครัฐ ขับเคลื่อนพัฒนานำองค์ความรู้ต่างๆ มาพัฒนาเพื่อเพิ่มศักยภาพของตัวแทนประกันชีวิต ให้เท่าทันกับนานาประเทศและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป มีนายกสมาคมฯ ที่ล้วนทรงคุณวุฒิ มีความสามารถ ทำให้สมาคมแห่งนี้ได้พัฒนาตนเองและสมาชิกมาเป็นลำดับ จนมาถึงปัจจุบัน

สำหรับ นายกสมาคมฯ คนปัจจุบัน มีวระในปี พ.ศ.2560 – 2562 ได้แก่ “บงกช บวรฤกษ์” ซึ่งก่อนที่จะได้รับเลือกเป็นนายกสมาคมฯ คุณบงกช ได้มีโอกาสช่วยงานสมาคมฯ มาแล้วถึง 18 ปี เดิมเป็นอนุกรรมการสมาคมฯ และได้รับเกียรติจากนายกฯทุกสมัยแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ทำให้ได้เล็งเห็นถึงปัญหาหลากหลายอย่างในแต่ละฝ่าย และพร้อมที่จะดำเนินการแก้ไข

“อาชีพตัวแทนประกันชีวิต เป็นอาชีพที่ทรงคุณค่า สร้างรายได้ให้กับตัวเอง ช่วยให้ประชาชนเข้าใจการออมอย่างเป็นระบบว่ามีความจำเป็นเพียงใด การวางแผนการเงิน สุขภาพ ทุนการศึกษา รวมถึงการวางแผนเรื่องการเกษียณ ช่วยภาครัฐ สำหรับผู้ที่สามารถซื้อประกันสุขภาพได้ ทำให้ลดภาระโรงพยาบาลรัฐฯ และภาครัฐที่ต้องดูแลสวัสดิการในส่วนนี้”

นอกจากนี้ สมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาทางการเงิน ถือเป็นการรวมกลุ่มกันของตัวแทน เพื่อจะให้เกิด ภาพลักษณ์ที่ดีและพัฒนาในเรื่องของบุคคลากรตัวแทนประกันชีวิต โดยมุ่งหวังให้ตัวแทนประกันชีวิตมีความรู้ ทักษะ ในด้านวิชาชีพ คุณธรรม จริยธรรม และเพิ่มคุณค่าการยอมรับของประชาชน 

และสมาคมฯ ยังมีการบริหารงานภายใต้คอนเซ็ปท์ รวมพลังสร้างอนาคต โดยจัดหลักสูตรต่างๆ อาทิ หลักสูตรการบริหาร หลักสูตรที่ปรึกษาการเงิน ฯลฯ ให้กับตัวแทนทุกท่าน นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างมากที่อาสาที่เข้ามามีส่วนร่วม ส่วนใหญ่เมื่อจบหลักสูตรแล้ว มักจะกลับมาเป็นวิทยากรให้คนรุ่นหลัง เพื่อคอยให้ความรู้และคอยอบรม พัฒนาความรู้ให้กับสมาชิกตัวแทน ให้มีความเข้าใจและมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น เพื่อนำมาสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนในสังคมได้อย่างถูกต้อง โดยไม่รับสิ่งตอบแทน หวังเพียงได้บุคคลากรที่มีคุณภาพเข้าช่วยเหลือสังคมได้อย่างดีที่สุด

ในส่วนของนโยบายการทำงานของคณะกรรมการสมาคมฯชุดนี้  คุณบงกช ได้แบ่งนโยบายหลักๆ ไว้ 5 ข้อ

1. เราจะประสานงานกับภาครัฐ ในเรื่องของ VAT เรื่องการหักค่าใช้จ่ายตัวแทนเหมาจ่าย 30 % ไม่มีเพดาน ซึ่งเราจะประสานกับสมาคมอาชีพอิสระอื่นๆ และขอเข้าพบกรมสรรพากรเพื่อขอคำแนะนำ เพราะตัวแทน มีค่าใช้จ่ายที่สูงแต่ไม่สามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้

2. เสริมสร้าง พัฒนาตัวแทนประกันชีวิต ให้เป็นที่ปรึกษาการเงิน พัฒนาหลักสูตรที่ปรึกษาการเงิน FChFP นำหลักสูตรใหม่ชื่อหลักสูตร ChLP เข้ามาแทนที่หลักสูตร LUCTF พร้อมกับรอบรับเทคโนโลยีที่เข้ามา โดยการเพิ่มเนื้อหาในการสัมมนาทุกครั้งกับสื่อออนไลน์ และสื่อต่างๆ  ซึ่งนโยบายในการพัฒนาตัวแทนฯนี้ถือเป็นนโยบายที่สำคัญที่สุด

3. เพิ่มจำนวนสมาชิก เพิ่มสาขาของสมาคมฯ ให้ครบทุกจังหวัด พร้อมกับเพิ่มบทบาทของสาขาในต่างจังหวัด เพื่อร่วมมือกับคปภ. ไปให้ความรู้เกี่ยวกับการประกันชีวิต เข้าถึงประชาชนโดยเฉพาะในส่วนภูมิภาคให้ใกล้ชิดมากขึ้น เพราะประกันชีวิตมีความละเอียดอ่อน จำเป็นต้องมีการมีอธิบายในส่วนย่อยต่างๆ

4. ร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมกับภาครัฐ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และสมาคมอื่นๆ

5. เรียกร้องให้ คปภ. และธนาคารแห่งประเทศไทยดูแลให้ธนาคารปฎิบัติตามกฏหมายอย่างจริงจังและมีบทลงโทษที่เข้มงวด โดยเฉพาะเรื่องการลดแลกแจกแถม การบังคับซื้อ เป็นต้น

สมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อตัวแทนฯ เป็นองค์กรของทุกท่าน เรามาร่วมสมัครเป็นสมาชิก อย่างพึ่งถามว่าเป็นสมาชิกแล้วได้อะไร ท่านเป็นตัวแทนมืออาชีพ มีสังกัดบริษัทของท่าน แล้วอาชีพของท่านมีสังกัดหรือยัง สมาคมตัวแทนฯ เป็นสังกัดของตัวแทนทุกบริษัท จึงอยากเชิญชวนมาเป็นสมาชิก และมีสิทธิพิเศษที่จะได้รับมากมาย อาชีพตัวแทนฯ ถูกสอนว่าให้เป็นผู้ให้ ก่อนเป็นผู้รับเสมอ เมื่อเรารวมตัวกัน เราสามารถขับเคลื่อนเพื่อร้องขอสิทธิที่เราพึ่งได้

             ทุกอาชีพที่สังคมให้การยอมรับ มักมีสภาพวิชาชีพ ตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงินก็เช่นกัน สภาพวิชาชีพของเราคือสมาคมฯ การเป็นสมาชิกและมีส่วนร่วมกับสมาคมฯ จึงเป็นเรื่องจำเป็น อย่าพึ่งบอกใครว่าท่านเป็นมืออาชีพ หากท่านยังไม่ได้เป็นสมาชิกกับสมาคมในอาชีพของท่าน

             (บทสัมภาษณ์หนังสือพิมพ์เส้นทางนักขาย ฉบับที่ 354 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 สิงหาคม 2560)

บทสัมภาษณ์ : คุณนพ.สิทธวีร์ เกียรติชวนันต์ บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด

“ซัคเซสมอร์” 3 ยุทธศาสตร์ทลายกำแพง 2,700 ลบ.

นพ.สิทธวีร์ เกียรติชวนันต์

ประธานกรรมการบริหาร

บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด

ธุรกิจ “ซัคเซสมอร์” เป็นธุรกิจที่ส่งต่อความสำเร็จของผู้คนจากรุ่นสู่รุ่น สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนใหม่ๆ ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทั้งในเรื่องของสุขภาพ การเงิน ครอบครัว รางวัลแห่งเกียรติยศ การแบ่งปัน และการใช้ชีวิตที่ไร้ขีดจำกัด ภายใต้วัฒนธรรมขององค์กรแห่งการสร้างแรงบันดาลใจและการเรียนรู้ จากแม่ทัพใหญ่ นพ. สิทธวีร์ เกียรติชวนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด ผู้ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการเครือข่ายมาอย่างยาวนาน ผนึกกำลัง CEO “นพกฤษฎิ์ นิธิเลิศวิจิตร”ได้นำประสบการณ์เหล่านั้น มายกระดับขีดความสามารถของนักธุรกิจซัคเซสมอร์ ให้ก้าวสู่การเป็นนักธุรกิจระดับผู้นำที่ประสบความสำเร็จและเป็นแบบอย่างที่ดีขององค์กรในการส่งต่อความสำเร็จไปให้กับผู้คนอีกมากมาย

“ซัคเซสมอร์” ธุรกิจแห่งความมั่งคั่ง มั่นคง เปิดดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2556 เป็นธุรกิจขายตรงน้องใหม่ที่สามารถสร้างองค์กรให้เติบโตมียอดขายกว่า 2,000 ล้านบาท/ปี สามารถขยายฐานผู้บริโภคและนักธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี ด้วยระบบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ควบคู่กับการพัฒนานักธุรกิจ ทำให้วันนี้องค์กร “Successmore” เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

ผนึกคุณค่าองค์กรสร้างสรรค์คุณค่าสู่สังคมไทย

การสร้างการรับรู้แบรนด์ซัคเซสมอร์ ระดับจิตวิญญาณ ในการส่งมอบคุณค่าเรื่องของสุขภาพและโอกาสทางธุรกิจให้เป็นที่รู้จัก ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก ช่วงครึ่งปีหลังซัคเซสมอร์เตรียม 3 โครงการใหญ่ ในการCreating Shared Value (CSV) ซึ่งเป็นการใช้ทรัพยากรและความเชี่ยวชาญหลักของซัคเซสมอร์ในการสร้างคุณค่าเชิงเศรษฐกิจและสังคมไปพร้อม ๆ กัน

โครงการที่1 ก็คือ การเปิดตัวโครงการ “ทุ่งดาวเรือง รวมใจภักดิ์” ซัคเซสมอร์ได้ร่วมมือกับกองพลที่ 1 รักษาพระองค์และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดกาญจนบุรี ภายใต้การสนับสนุนของบริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด และประชาชนในพื้นที่ ในการร่วมกันปลูกต้นดาวเรืองจำนวน 450,000 ต้น บนพื้นที่ 50 ไร่ บริเวณเชิงเขาทอง หมู่ 5 ตำบลแก่งเสี้ยน อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อถวายเป็นราชสักการะ เนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยเป็นผู้จัดหาเครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในโครงการทั้งหมด

โครงการที่ 2 เป็นโครงการเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ ผลิตภัณฑ์เรือธง S.O.D เป็นครั้งแรกที่ซัคเซสมอร์ดึงดาราคู่แม่ลูกสุดฮอตของวงการไทย “โบว์ แวนด้า-น้องมะลิ พาขวัญ สหวงษ์” ภายใต้คอนเซปต์ “การดูแลตัวเอง” การดึงดารามาในครั้งนี้เป็นการสร้างแบรนด์บริษัทและปั้นผลิตภัณฑ์ เรือธง S.O.D ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ผลิตภัณฑ์S.O.Dเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มดูแลสุขภาพ เป็นเอมไซม์น้ำผักและผลไม้กว่า 120 ชนิด มีค่าโอแรค Oxygen Radical Absorbance Capacity (ORAC) สูงที่สุดในโลก สามารถต้านอนุมูลอิสระที่ดีที่สุดในบรรดาสารต้านอนุมูลอิสระทั่วโลกที่พบในสิ่งมีชีวิตทุกชนิดลึกถึงเซลล์ระดับ DNA โดยผลิตภัณฑ์ S.O.D เปิดตัวเพียง 8 เดือนสามารถทำยอดขายทะลุสูงถึง 300 ล้านบาท คาดสิ้นปีนี้มียอดขายทะลุ 400 ล้านบาท

และโครงการที่3 การจัดงานสัมมนาครั้งยิ่งใหญ่“WHY THE LEGEND”เป็นการรวมพลกว่า 8,000 คน ที่อิมแพ็คอารีน่าเมืองทองธานีเพื่อเป็นการปรับ “Mindset” ความคิดเติมกำลังครั้งใหญ่เพื่อพิชิตเป้าปลายปีนี้ และจะมีการปรับการจัดกิจกรรมให้มีความสนุกและเข้มข้นยิ่งขึ้น พร้อมกับแขกรับเชิญพิเศษ “ญาญ่าญิ๋ง” เพื่อเติมพลังให้กับนักธุรกิจที่มาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย

“งาน WHY THE LEGEND”เราจัดมาแล้ว 117 ครั้ง คนเข้ามาร่วมอบรมแสนกว่าคน ปีที่แล้วเราจัดที่ไบเทคบางนามีคนเข้าร่วมกว่า 7,000 คน ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 118 จะเป็นการรวมพลครั้งใหญ่ที่สุดที่เคยจัดมา ในปีนี้เราจัดไป 15 ครั้ง ทั้งต่างประเทศ ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด สำหรับผลการสัมมนายังการันตีร้อยเปอร์เซ็นต์ ทำให้คนที่เข้ามามีความหวังในชีวิตที่สดใสขึ้น พร้อมที่จะออกไปส่งมอบคุณค่าในการสร้างความสำเร็จให้กับชีวิตตัวเองและคนที่เกี่ยวข้องด้วย ทำให้ซัคเซสมอร์ฯ เติบโตได้ถึง 26 % นี่คือผลลัพธ์พิสูจน์ได้”

เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มทางเลือก

สำหรับการจัดงาน “The Success ครั้งที่ 11” ได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 2 รายการ ได้แก่ผลิตภัณฑ์ SMONE CLAIRE ELASTIN FOAM เป็นผลิตภัณฑ์โฟมล้างหน้า เนื้อยืดหยุ่น เนียนนุ่มราวกับโฟม สามารถดึงสิ่งสกปรกออกจากผิวได้อย่างหมดจด พร้อมอีลาสตินช่วยเติมความอ่อนเยาว์ให้ผิว และผลิตภัณฑ์ MATATABI MINERAL FACE WASH คลีนซิ่ง น้ำแร่จากธรรมชาติที่มาพร้อมกับสารสกัดพืชมาตาตาบิ จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งใช้ทำความสะอาดเครื่องสำอางบนใบหน้า และที่สำคัญสามารถขจัดมลภาวะที่ผิวเราต้องเผชิญอยู่เป็นประจำได้อย่างล้ำลึกหมดจดทุกรูขุมขน โดยไม่ผสมแอลกอฮอล์ เหมาะสำหรับคนที่ผิวแพ้ง่าย ซึ่งทั้งสองผลิตภัณฑ์ได้รับการตอบรับที่ดีจากสมาชิกในการเปิดตัวครั้งนี้ด้วย

ขยายการเติบโตตลาดเออีซี

นอกจากนี้ซัคเซสมอร์ฯ ยังมีการเติบโตเป็นอย่างมากในตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ CLMV ได้แก่ เมียนมาร์ กัมพูชา สปป.ลาว และเวียดนาม ที่มีการเติบโตและขยายตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งในประเทศเหล่านี้ ซัคเซสมอร์มองว่ายังมีโอกาสเติบโตอีกมาก และยังมีพื้นที่ที่ติดกับประเทศไทย ทำให้การลงทุนหรือขนส่งสินค้านั้นทำได้ง่าย โดยในประเทศเมียนมาร์มีสาขาทั้งหมด 5 สาขา ได้แก่ สาขาย่างกุ้ง สาขามัณฑะเลย์ สาขาตองจี สาขามิตจินา และสาขาเมาะลำไย ประเทศลาว มี 2 สาขาได้แก่ สาขาเวียงจันทน์ และสาขาปากเซ ประเทศกัมพูชามี 1 สาขา ได้แก่ สาขาพนมเปญ และประเทศเวียดนามมี 1 สาขา ได้แก่ สาขาฮานอย นอกจากนี้จะมีการเปิดเพิ่มที่ประเทศเมียนมาร์อีก 1 สาขา และสาขาในประเทศไทยที่จะมีการเปิดอีก 2 สาขา ได้แก่สาขาจังหวัดกำแพงเพชร และสาขานครราชสีมาภายในปีนี้

              สำหรับปีนี้บริษัทตั้งเป้าการเติบโตรวมอยู่ที่ 27% ในปีที่ผ่านมาบริษัทมียอดขาย 2,124 ล้านบาท บริษัทต้องการทำยอดขาย 2,700 ล้านบาท บริษัทมองว่ามีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งตลาดในประเทศไทยและตลาดในต่างประเทศ ในตอนนี้บริษัทมีผู้นำที่รับรายได้หลักล้านบาทต่อเดือนแล้ว 12 รหัส และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ผนวกกับ 3 โครงการที่จัดขึ้นในครึ่งปีหลัง คาดว่าจะทำให้ยอดขายของบริษัทเดินได้ตามเป้าหมายที่วางไว้อย่างแน่นอน

             (บทสัมภาษณ์หนังสือพิมพ์เส้นทางนักขาย ฉบับที่ 354 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 สิงหาคม 2560)

บทสัมภาษณ์ : คุณกฤติกา สาริกะวณิช บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด

แอมเวย์” ความสำเร็จทางธุรกิจคน GEN-Y

 

กฤติกา สาริกะวณิช

นักธุรกิจแอมเวย์ระดับแพลตินัม

บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด

 “การสร้างชีวิตต้องใช้เวลาให้สั้นที่สุด เพื่อที่เราจะได้มีเวลาการใช้ชีวิตที่ยาวขึ้น เพราะฉะนั้น...ตั้งเป้าทำธุรกิจแอมเวย์ให้ประสบความสำเร็จให้เร็วที่สุด เพื่อที่เราจะได้มีเวลาในการใช้ชีวิตให้มากที่สุด”

การที่จะเป็นอัจฉริยะได้ ไม่ใช่แค่มีเพียงพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว ก็จะประสบความสำเร็จในชีวิตได้ แต่จะต้องมีพรแสวงด้วย เพราะความสำเร็จจะต้องมีองค์ประกอบหลายอย่างประกอบกัน เพื่อไปถึงจุดหมายที่วางเอาไว้

ความขยันหมั่นเพียร ความอดทน ความมีวินัย” ถือเป็นสิ่งที่สำคัญในการดำเนินชีวิตก้าวสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ คุณกฤติกา สาริกะวณิช (น้องเดียร์) นักธุรกิจแอมเวย์ระดับแพลตินัมสองผู้สถาปนาบริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นนักธุรกิจคนรุ่นใหม่ที่ก้าวเข้ามาสู่อาชีพเครือข่ายขายตรงได้อย่างลงตัว

เริ่มต้นน้องเดียร์จบการศึกษาระดับปริญญาตรีมหาวิทยาลัยรามคำแหงสาขานิติศาสตร์ ด้วยวัยเพียง 19 ปีเท่านั้น ปัจจุบันกำลังศึกษาต่อปริญญาตรีอีกใบหนึ่งในชั้นปีที่ 4 คณะวิศวอุตสาหการ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ควบคู่กับการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาวิทยาศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และในอนาคตอันใกล้นี้ได้วางแผนที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกกับสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)สาขาวิชาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และองค์การ (หลักสูตรนานาชาติ)Ph.D. in Human Resource and Organization Development เพื่อที่จะมาประยุกต์ใช้ในการทำธุรกิจแอมเวย์

ซึมซับธุรกิจแอมเวย์จากครอบครัว

น้องเดียร์ เล่าถึงที่มาที่ไปที่เข้ามารู้จักธุรกิจแอมเวย์ให้ฟังว่า หลังจากที่ลืมตาดูโลก แอมเวย์ถือเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวของเธอแล้ว เพราะคุณพ่อกับคุณแม่ประกอบธุรกิจแอมเวย์มาอย่างยาวนานและประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้ ทำให้ตัวเองนั้นได้ซึมซับธุรกิจแอมเวย์ตลอดเวลา จากการที่ต้องติดตามคุณพ่อคุณแม่พาไปทำธุรกิจด้วย ธุรกิจแอมเวย์สามารถสร้างครอบครัวของเราใหม่ ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวดีขึ้นมาจนทุกวันนี้ และยังช่วยเติมเต็มในสิ่งใหม่ๆ เสมอ

เมื่อเข้ามาสู่ธุรกิจแอมเวย์ ก็ได้มีโอกาสได้พบปะกับผู้คนมากมายหลากหลายสาขาอาชีพ อาทิ หมอ ครู วิศวกร เจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่ที่เข้ามาสู่ธุรกิจแอมเวย์ จึงเกิดความประทับใจในอาชีพนี้ว่าทำไมคนเหล่านี้ถึงเข้ามาสู่ธุรกิจแอมเวย์กัน จึงทำให้เกิดคำถามและค้นหาคำตอบว่าธุรกิจแอมเวย์นั้นมีดีอย่างไร

การได้เห็นคนที่เข้ามาสู่ธุรกิจแอมเวย์ ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจ เป็นสิ่งผลักดันให้เราประสบความสำเร็จในธุรกิจแอมเวย์ ทำให้เรามีความเชื่อมั่นในความดีและความรักของพ่อแม่ ธุรกิจนี้เราเห็นแต่คนดีๆ คนที่มีความตั้งใจในชีวิต ที่จะสร้างความสำเร็จให้กับครอบครัวของตัวเองและคนรอบข้างให้ประสบความสำเร็จ”น้องเดียร์ กล่าวถึงทัศนคติที่กับแอมเวย์

เธอ ยังบอกเล่าให้ฟังว่า เมื่อเข้าสู่โหมดการทำงาน ธุรกิจแอมเวย์ก็เป็นเหมือนธุรกิจทั่วไป ซึ่งจะต้องมีอุปสรรคบ้างเป็นเรื่องปกติธรรมดา เพราะไม่มีใครที่จะรู้และทำเป็นทุกสิ่งทุกอย่างราบรื่น สิ่งเหล่านั้นถือเป็นบทเรียนหนึ่งที่เราจะต้องเรียนรู้ และทำความเข้าใจกับมัน เพื่อทำให้ตัวเราเองสามารถพัฒนาตัวเองได้เพิ่มขึ้น แต่เมื่อไรก็ตาม ตัวเราหาทางออกไม่ได้ คนที่เราจะหันไปปรึกษาคือ คุณพ่อคุณแม่ของเรา ซึ่งเป็นโค้ชที่ดีที่สุด เพราะท่านมีประสบการณ์ในอาชีพนี้ยาวนานมากว่า 20 ปี

คนรุ่นใหม่ต้องการที่จะประสบความสำเร็จ

"การที่จะทำอะไรแล้วประสบความสำเร็จได้เร็ว สิ่งนั้นถือเป็นแรงจูงใจสำหรับคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการจะประสบความสำเร็จในชีวิตการทำงานอย่างรวดเร็ว ธุรกิจเครือข่ายเป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะทำให้คนรุ่นใหม่ที่ต้องการจะประสบความสำเร็จในชีวิต หันมาทำธุรกิจเครือข่าย  เดียร์คิดว่าแอมเวย์กับคนรุ่นใหม่คือทางเลือกหนึ่งสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการจะสร้างชีวิตที่ประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว เพราะทุกวันนี้การทำธุรกิจขายตรงถือว่าเป็นเรื่องง่ายมากเลย เมื่อเทียบกับในอดีต เพราะมีเครื่องมือ เทคโนโลยี มีการพัฒนามากขึ้นเพื่อรองรับการทำงานของคนรุ่นใหม่ ทำให้การทำการตลาดนั้นง่ายขึ้นอีกด้วย ตอนนี้เดียวอายุ 22 ปีแล้ว ถือว่าได้รับสิ่งต่างๆ จากการทำธุรกิจแอมเวย์เกินคาด เมื่อเทียบกับการทำงานประจำที่คนรุ่นเดียวกันทำอยู่ เดียร์เป็นคนที่ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง เราได้ท่องเที่ยวทั่วโลกกับการทำธุรกิจแอมเวย์ ได้รับรายได้หลักแสนทุกเดือนในธุรกิจแอมเวย์ และสิ่งที่สำคัญสุดเราได้เรียนรู้ ความคิด วิสัยทัศน์ การวางแผนในการใช้ชีวิต หรือแม้แต่การใช้ชีวิตร่วมกับผู้คนที่หลากหลายบนโลกใบนี้” น้องเดียร์  ถ่ายทอดถึงมุมมองคนรุ่นใหม่ที่มีต่อแอมเวย์ให้ฟัง

ตั้งเป้าหมายความสำเร็จในธุรกิจแอมเวย์

น้องเดียร์ พูดถึงหลักการทำงานของเธอมีอยู่ว่า “การสร้างชีวิตต้องใช้เวลาให้สั้นที่สุด เพื่อที่เราจะได้มีเวลาการใช้ชีวิตที่ยาวขึ้น เพราะฉะนั้นเราตั้งเป้าไว้ว่า ต้องการทำธุรกิจแอมเวย์ให้ประสบความสำเร็จให้เร็วที่สุด เพื่อที่เราจะได้มีเวลาในการใช้ชีวิตให้มากที่สุดด้วยเช่นกัน” และนอกจากนี้เธอเองยังต้องการที่จะสร้างประโยชน์ให้กับสังคมให้ได้มากที่สุด ทั้งในเรื่องของการทำธุรกิจ การนำความรู้ในสิ่งต่างๆที่เธอได้เล่าเรียนมา นำมาปรับใช้กับการทำธุรกิจแอมเวย์ให้เกิดความแข็งแกร่งในอาชีพนี้

ทุกคนบนโลกใบนี้ล้วนมีต้นทุนชีวิตที่ไม่เท่ากัน การที่คนเราจะประสบความสำเร็จได้ จะต้องมีความตั้งใจทำอะไรกับชีวิตให้ดีขึ้น ถ้าคุณมีความตั้งใจที่จะทำชีวิตให้ดีขึ้น จะทำอะไรก็สามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้ทุกสิ่ง” น้องเดียร์ ได้บอกย้ำถึงหลักการทำงานของเธอทิ้งท้ายให้ฟัง

มุมมองธุรกิจเครือข่ายจากรุ่นแม่สู่รุ่นลูก

              ด้านคุณพิไลวรรณ สาริกะวณิช นักธุรกิจแอมเวย์ระดับเพชร คุณแม่ของน้องเดียร์ กล่าวเสริมว่า “การทำธุรกิจเครือข่ายทุกวันนี้ต่างจากอดีตมากทีเดียว การปรับตัวของคนรุ่นเก่าในการทำธุรกิจ เป็นสิ่งที่สำคัญในการทำธุรกิจเป็นอย่างมาก เพราะทุกวันนี้เครื่องมือออนไลน์เข้ามามีบทบาทเพิ่มมากขึ้น เราต้องมีการเรียนรู้เครื่องมือเหล่านั้น ที่บริษัทจัดหามาให้ เพื่อใช้ในการขยายเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และผสมผสานการทำงานร่วมกับนักธุรกิจคนรุ่นใหม่ที่มีการเข้ามาสู่ธุรกิจแอมเวย์เพิ่มมากขึ้นทุกวัน วันนี้ต้องขอบคุณ “แอมเวย์” ที่เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย ทำให้คนไทยมีอาชีพ มีรายได้ความเป็นอยู่ที่ดี แอมเวย์เป็นตลาดของผู้บริโภคขนาดใหญ่ เราสามารถที่จะทำธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุด”

              (บทสัมภาษณ์ธุรกิจเครือข่าย หนังสือพิมพ์เส้นทางนักขาย ฉบับที่ 353 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1-15 สิงหาคม 2560)

บทสัมภาษณ์ : นาวาอากาศโท เกษม พุทธนิมนต์ บริษัท แม็กซ์ อินเตอร์ เน็ตเวิร์ค จำกัด

แรงบันดาลใจ ประตูแห่งความสำเร็จ

น.ท.เกษม พุทธนิมนต์

CROWN PRESIDENT

บริษัท แม็กซ์ อินเตอร์ เน็ตเวิร์ค จำกัด

แต่ไหนแต่ไรมาผู้คนส่วนใหญ่มักจะมีความคิดว่า การรับราชการทหารถือว่าเป็นเกียรติสูงศักดิ์แก่วงศ์ตระกูล และถือว่า เป็นอาชีพที่มีความมั่นคงมากทีเดียว แต่ชะตาฟ้าลิขิต ทำให้นาวาอากาศโท เกษม พุทธนิมนต์ นักธุรกิจระดับ Crown President บริษัท แม็กซ์ อินเตอร์ เน็ตเวิร์ค จำกัดเป็นผู้หนึ่งที่ต้องพลิกผันชีวิตก้าวออกจากอาชีพรั้วของชาติที่ทำมาค่อนชีวิต ซึ่งค่อนข้างยากทีเดียวสำหรับการทำใจ โดยเฉพาะต้องมาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่กับการทำงาน เหตุเพราะเกิดปัญหาเรื่องสุขภาพนั่นเอง ในที่สุดนาวาอากาศโทเกษมจึงตัดใจลาออกในปี 2547 และนำเงินที่เก็บหอมรอมริบสะสมมาตั้งแต่รับราชการมาลงทุนทำธุรกิจส่วนตัวกับครอบครัว

เริ่มต้นธุรกิจเครือข่ายจากความไม่เข้าใจ

นาวาอากาศโทเกษม เล่าย้อนความหวังให้ฟังว่า “หลังจากลาออกในช่วงนั้น ก็ตัดสินใจนำเงินเก็บมาลงทุนธุรกิจส่วนตัวกับแฟน โดยเปิดธุรกิจทำเบเกอรี่แต่ไม่ได้เปิดเป็นหน้าร้านใหญ่โตอะไร เมื่อทำได้สักระยะหนึ่งพบว่า ไม่ได้ผลกำไรตอบแทนกลับคืนมาสักที จึงเริ่มมองหาอาชีพอื่นทำ เพื่อเพิ่มช่องทางรายได้ ก่อนผมจะเข้ามาสู่ธุรกิจแม็กซ์อินเตอร์ฯ ผมเคยทำธุรกิจเกี่ยวกับการเติมเงินโทรศัพท์มาก่อน เมื่อทำได้สักพักก็มีอัพไลน์มาแนะนำให้รู้จักกับธุรกิจแม็กซ์อินเตอร์ฯ แต่ผมก็ได้ปฏิเสธไปในตอนนั้น เพราะความไม่เข้าใจในธุรกิจและรู้สึกกลัวกับธุรกิจขายตรง ซึ่งเป็นการขายอาหารเสริม การขายสินค้าเกี่ยวกับความงาม อีกอย่างเมื่อคิดถึงความเป็นไปได้ว่าตัวเองนั้นเป็นผู้ชาย จะไปเร่ขายสิ่งเหล่านั้นได้อย่างไร”

เริ่มจากซื้อสินค้าไปทดลองใช้กับตัวเอง

วันเวลาผ่านไปนาวาอากาศโทเกษมก็ได้มีโอกาสกลับมาเจอกับอัพไลน์คนเดิมอีกครั้ง เขามาพูดถึงความสวยงามในธุรกิจแม็กซ์อินเตอร์ฯ ให้ฟัง ทำให้ครั้งนี้นาวาอากาศโทเริ่มที่จะเปิดใจรับกับตัวบริษัท เมื่อได้ฟังแผนรายได้ ฟังวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร และเริ่มทำความเข้าใจกับสินค้าว่า ถ้าเราทำความเข้าใจกับมัน เราก็จะสามารถขายมันได้

ในที่สุดจึงตัดสินใจเริ่มต้นด้วยการสั่งซื้อสินค้าไปทดลองใช้ก่อน ในตอนนั้นได้ซื้อสินค้า“เอนไซม์” เพราะตัวเองนั้นมีอาการไอทุกๆ คืนเวลานอน หลังจากได้ทดลองผลิตภัณฑ์ “เอนไซม์” สุขภาพร่างกายก็ดีขึ้น เมื่อตัวเองได้เข้ามาสัมผัส จนในที่สุดก็เป็นเรื่องง่ายขึ้นสำหรับการได้เข้าไปแนะนำคนรอบข้างหรือบอกต่อถึงคุณภาพของสินค้า

ใจแลกใจถึงจะประสบความสำเร็จ

 “การทำงานธุรกิจเครือข่ายขายตรง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทำงานกับคนจำนวนมาก เมื่อมีมากคน ก็มากความ เราจะทำอย่างไรถึงจะทำให้ทุกคนนั้นรวมเป็นหนึ่งเดียวกันได้ เคล็ดลับของผมคือ การการสร้างแรงบันดาลใจ การให้ใจกับทุกคนที่ผมแนะนำ เมื่อเราเปิดใจแลกใจกับทุกคน เราก็จะสามารถทำให้เขาสำเร็จได้เพราะเขาจะเกิดความเชื่อมั่นกับเรา อย่ามุ่งแต่จะทำธุรกิจเพียงอย่างเดียว เราต้องให้คำปรึกษากับทีมงานเราตลอดเวลา เพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จร่วมกัน”นาวาอากาศโทเกษมเปิดใจถึงเคล็ดลับให้ฟัง

สิ่งที่อยากฝากทิ้งท้าย

นาวาอากาศโทเกษม กล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า การได้มาร่วมธุรกิจกับแม็กซ์อินเตอร์ฯ วันนี้ ถือว่าเป็นการลงทุนทำธุรกิจที่มาถูกทาง การเติบโตของทีมงานมีการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ บริษัทมียอดเติบโตสูงขึ้นทุกปี มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ผมทำธุรกิจแม็กซ์อินเตอร์ฯ ตั้งแต่ปี 2557

“ในวันนี้ต้องขอขอบคุณทั้ง 2 ท่านคือ ดร.ประกาสิต เลิศมุกดา และ ดร.วรวุฒิ บริบูรณ์ธนกิจ ที่นำเอาธุรกิจดีๆ มาให้กับเรา จากแรกเริ่มที่ตนเองเข้ามาทำธุรกิจนี้ ไม่ได้เชื่อมั่นมากนัก เพราะบริษัทนี้เป็นบริษัทใหม่ แต่หลังจากที่ทำไปเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบันทำให้ตนเองมีรายได้กว่า 6 ล้านบาท จากธุรกิจแม็กซ์อินเตอร์ฯ ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งยิ่งใหญ่” นาวาอากาศโทเกษม อยากฝากทิ้งท้าย

 

“วิไลวรรณ ไตรพิษ” ตำแหน่ง SENIOR AGENT

“ได้รู้จักกับอัพไลน์ “เกษม” เข้ามาแนะนำให้ทำธุรกิจ เริ่มจากการใช้ผลิตภัณฑ์ด้วยความเกรงใจ แต่เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของผิวพรรณตัวเอง จึงทำให้สนใจการทำธุรกิจ เริ่มจากเปิดใจรับธุรกิจขายตรง ในตอนนั้นคิดว่าแค่ซื้อกินซื้อใช้ในการใช้ชีวิตประจำวัน แต่ผลที่ได้รับตอบแทนมานั้นเกินคาดทำได้เดือนเดียวมียอดเงินเข้าบัญชีหลักแสนบาทต่อเดือน จากอาชีพแม่บ้านวันนั้น วันนี้เป็นนักธุรกิจแม็กซ์อินเตอร์ฯ สามารถที่จะซื้อรถยนต์ได้ 2 คันจากอาชีพนี้”

 

ปิยาภรณ์ เรืองศรี SENIOR AGENT

“การที่ต้องแบกภาระในการรับผิดชอบเลี้ยงดูครอบครัว การมองหาอาชีพเสริมเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำอยู่ตลอดเวลา เดิมเรามีการขายของผ่านสื่อออนไลน์อยู่แล้ว แต่เมื่อมาเจอกับสินค้าแม็กซ์อินเตอร์ฯ หลังจากที่นำสินค้ามาโพสต์ขาย บวกกับการหาสมาชิกเพิ่ม ทำให้เรามีรายได้เข้ามามากพอควรในตอนนั้น จึงเกิดความมั่นใจว่าแม็กซ์อินเตอร์สามารถที่จะทำเป็นอาชีพได้ ตลอดระยะเวลา 3 ปี รับรายได้รวมกว่า 3 แสนบาท ซื้อรถให้กับครอบครัวอีก 1 คัน”

 

จันทร์พร แยบเกษตร ตำแหน่ง AGENT

“เป็นคนที่รักในอาชีพเครือข่ายเป็นทุนเดิม อาชีพเครือข่ายสอนเราทั้งด้านความคิด ทัศนคติ และการพัฒนาบุคลิกภาพของตัวเอง หลังจากที่ได้มารู้จักกับธุรกิจแม็กซ์อินเตอร์ฯ ก็ตัดสินใจลงมือทำควบคู่กับงานประจำ เพราะบริษัทมีระบบออนไลน์รองรับการทำงานไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็สามารถทำธุรกิจได้ ตั้งเป้าปี้หน้าจะรถเมอร์เซเดสเบนซ์ให้เป็นของขวัญกับตัวเอง และจะพาดาวน์ไลน์ 2 ตำแหน่งขึ้นรับรางวัลเชิดชูเกียรตินักธุรกิจในงาน “The Honor” ที่บริษัทจัดขึ้นทุกปี”

อุษณา รุ่งอเนก ตำแหน่ง MD

“มีความมั่นคงในอาชีพข้าราชการ แต่เงินใช้จ่ายไม่เพียงพอ จึงมองหาธุรกิจขายตรงเป็นรายได้เสริม  จนมาเจอธุรกิจแม็กซ์อินเตอร์ฯ เมื่อเข้ามาฟังแผนธุรกิจของบริษัท ในที่สุดจึงเกิดความมั่นใจ ประกอบเชื่อมั่นในตัวของผู้นำที่เป็นข้าราชการเหมือนกัน ซึ่งการดูแลของอัพไลน์มีส่วนช่วยในการทำธุรกิจได้เป็นอย่างดี ทำให้วันนี้สามารถรับรายได้หลักหมื่นบาทต่อ”

ภัทราวดี ยั่งยืน ตำแหน่ง MD

 “เริ่มรู้จักธุรกิจแม็กซ์อินเตอร์ฯ จากสื่อสังคมออนไลน์ของรุ่นน้องคนหนึ่ง ทำให้เกิดความสนใจ และได้ทักเข้าไปหาน้องคนนั้น หลังจากที่ได้พูดคุยกัน เรื่องของการทำธุรกิจ จึงเห็นถึงการทำงานเป็นระบบ ทำงานง่าย เลยตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิก ในตอนแรกที่เริ่มโพสต์ขายผ่านสื่อออนไลน์ ขายได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ก็ยังไม่ท้อ เพราะบริษัทมีสินค้าดีและมีคนที่ทำแล้วประสบความสำเร็จได้จริง”

ไพศาล นนท์สืบเผ่า ตำแหน่ง MD - จิราวรรณ รัตนกำเนิด ตำแหน่งMD

            “ผมเป็นนักธุรกิจที่ชอบในการลงทุนทำธุรกิจส่วนตัว ส่วนแฟนนั้นทำงานประจำแต่ด้วยแฟนมีปัญหาเรื่องสุขภาพจึงต้องลาออกจากงาน และมาลงทุ่นธุรกิจส่วนตัวเป็นแฟรนไซส์ “ชานมไอ-ฉะ” แต่ก็ประสบปัญหาขาดทุน ผมจึงมองหาการลงทุนที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุนมาก แต่มีรายรับที่มั่นคง ช่วงนั้นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมได้รับความนิยม ซึ่งมีโอกาสได้รู้จักกับธุรกิจแม็กซ์อินเตอร์ฯ ในตอนแรกแฟนไม่เห็นด้วยกับการทำธุรกิจขายตรง แต่ผมมองเห็นโอกาสจึงตัดสินใจลงทุน ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาก็ให้แฟนทดลองใช้จนสามารถเปิดใจแฟนยอมรับได้ ทุกวันนี้รับรายได้จากธุรกิจแม็กซ์อินเอตร์ฯเดือนละกว่า 2 หมื่นบาท

               (บทสัมภาษณ์ธุรกิจเครือข่าย หนังสือพิมพ์เส้นทางนักขาย ฉบับที่ 352 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 กรกฎาคม 2560)

บทสัมภาษณ์ : คุณทรงสันห์ สถิตนาเวศกุล บริษัท ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

ทรงสันห์  สถิตนาเวศกุล
ตัวแทนไทยพาณิชย์ประกันชีวิต ผู้คว้ารางวัล
“ตัวแทนคุณภาพดีเด่นแห่งชาติ TNQA ต่อเนื่อง 30 ปี คนแรกของประเทศ”

ผู้นิยามคำว่า “คุณภาพ ที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึก

            บันทึกเล่มหนาของความสำเร็จในวงการประกันชีวิต ที่ได้บันทึกเรื่องราว ความสำเร็จ ความสามารถของตัวแทนประกันชีวิตที่ต่างสร้างชื่อเสียงอย่างมากมายมาตลอด วันนี้ถึงเวลาเปิดบันทึกหน้าใหม่ เพื่อจารึกถึงความสำเร็จ ที่เรียกได้อย่างเต็มปากว่า เขาคือคนแรกของเมืองไทย

            จากจุดเริ่มต้นของคำสัญญา สู่การจารึกประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ ยากที่ใครจะลบล้าง ผู้พิชิต TNQA มาตลอด 30 ปีกับคนคุณภาพที่ชื่อ ทรงสันห์  สถิตนาเวศกุล

จากจุดเริ่มต้น..สู่เส้นทางสายคุณภาพ TNQA 30 ปี  

            จากบุตรของครอบครัวชาวจีนที่ย้ายถิ่นฐานสู่ผืนแผ่นดินไทย ครอบครัวมีอาชีพรับทั่วไปเพื่อดำรงชีพ       มีความเป็นมาแบบคนธรรมดา ได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนเฉกเช่นผู้คนปกติ แต่ต้องแบกรับภาระในฐานะพี่ชาย    คนโตของครอบครัว ได้เข้าสู่โลกกว้างของการทำงาน เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น  จากเจ้าหน้าที่รับผิดชอบงานเอกสารในบริษัทต่างชาติ แต่มีความต้องการที่ชัดเจนเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิต ด้วยเห็นจากเพื่อนพ้องจากฝ่ายขายที่มีรายได้ดีกว่า     จึงหันเข็มทิศชีวิตตนเองสู่พนักงานขายตามที่หวัง และดูเหมือนด้วยความขยันขันแข็ง รับผิดชอบต่องานและหน้าที่ ทำให้เขาเริ่มฉายแววเจิดจรัสของความเป็นนักขาย

ด้วยงานที่ทำได้ตามเป้าหมาย และรายได้ที่ดีขึ้น ทำให้พอจะมีเวลาเหลือจากงานประจำของบริษัท ทำให้เขามองหาการเพิ่มรายได้เสริมขึ้น ด้วยคำชักชวนจากเพื่อนฝูงจึงนำเขาเข้าสู่วงการประกันชีวิต ผมเพียงแค่ต้องการมีรายเสริมจากเวลาว่างที่เหลือจากงานประจำ และผมก็เป็นคนเปิดรับและคิดว่าไม่ได้เสียหายอะไรจึงได้เริ่มศึกษาและก้าวเข้ามาเป็นตัวแทนประกันชีวิต ด้วยพื้นฐานของความรับผิดชอบทำให้เขาสามารถทำควบคู่ไปกับงานประจำได้อย่างดีโดยไม่มีผลกระทบใดๆ กับงานประจำ จากอาชีพเสริมที่ต้องให้คำมั่นว่าจะดูแลลูกค้าอย่างดี เริ่มกลายเป็นเป็นจุดพลิกผันอีกครั้งที่ทำให้ต้องตัดสินใจครั้งใหญ่ ผมนี่แหละจะเป็นคนดูแลคุณตลอดสัญญา เป็นคำสัญญาที่ให้กับลูกค้าของทรงสันห์ เมื่อได้ตัดสินใจเลือกที่จะเข้ามาทำอาชีพตัวแทนประกันชีวิตแบบเต็มตัว

ด้วยแนวคิดที่ชัดเจน มองเห็นภาพและความต้องการของตนเองถึง อิสรภาพทางการเงินและเวลา ทำให้คุณทรงสันห์ เดินหน้าสู่ความท้าทายในฐานะตัวแทนประกันชีวิตอย่างเต็มตัว จากการอมรม ศึกษาเข้าการทำงานของตัวแทนประกันชีวิต ทดสอบตัวเองอย่างจริงจัง ถึงแม้ผู้ชักนำเข้าสู่วงการจะออกจากทำงานตัวแทนไปแล้วก็ไม่ได้ทำให้ภาพของเป้าหมายที่วางไว้อย่างชัดเจนนั้นเลือนลางไปได้เลย จนถึงปี 2531 ที่เขาได้เริ่มนับ 1 กับการพิชิตรางวัล TNQA ที่การันตีถึงคุณภาพของอาชีพตัวแทนประกันชีวิต เป็นครั้งแรก

ด้วยการทำงานที่ยึดมั่นในพื้นฐานของการทำงานอย่างเคร่งครัด มีวินัย ผมก็เคยพลาดและผิดหวังจากการเสนอแบบประกันชีวิต แต่หากมาพิจารณาให้ดีจากสถิติแล้ว ที่เราไม่ประสบความสำเร็จ เพราะเราออกพบปะผู้มุ่งหวังน้อยเกินไป ผมจึงเพิ่มปริมาณกับพบให้มากขึ้น เพราะผมเชื่ออย่างมั่นใจว่า สถิติไม่เคยโกหกใคร จากการทำงานแบบด้วยเป้าหมายแบบปีต่อปี และรักษามาตรฐานการทำงานอย่างเคร่งครัดและอดทน จึงส่งผลให้ทรงสันห์ได้รับรางวัล TNQA มาอย่างต่อเนื่อง จนได้รับรางวัล ตัวแทนกิตติคุณดีเด่น 10 ปี   ซึ่งเป็นคนแรกของไทยพาณิชย์ประกันชีวิตและของวงการประกันชีวิตไทย และหลังจากนั้นก็ได้รับรางวัลอย่างต่อเนื่อง จวบจนเวลานี้ที่เขาเป็นคนแรกของประเทศไทย ที่ได้รับรางวัล TNQA ต่อเนื่องถึง 30 ปี ในนาม SCBLIFE

ความสำเร็จ ที่ไม่มีคำว่า “เคล็ดลับ”

หลากหลายคำถามที่หลายคนสงสัยและอยากรู้ถึงวิธีการทำงานอันน่าทึ่ง ว่าเพราะอะไรที่ทำให้เขาสามารถประสบความสำเร็จในอาชีพตัวแทนประกันชีวิต คำตอบนั้นกลับดูสั้นและง่ายดายเสียเหลือเกิน ผมขายประกันชีวิต ที่ให้ลูกค้าซื้อด้วยความเข้าใจ ช่างเป็นคำตอบที่แสนง่ายที่แฝงไปด้วยจิตวิญญาณของการทำงานที่เรียกว่าได้ว่านี่คือ แก่นแท้ของการขายประกันชีวิต ไม่มีเคล็ดลับ คาถา หรือทางลัด นอกเสียจากคุณจะศึกษาทำความเข้าใจในอาชีพของตน ปฏิบัติตามกระบวนการทำงานอย่างเป็นลำดับขั้นตอน ด้วยความมีวินัย อดทน รอคอยอย่างไม่ลดละ และทำอย่างต่อเนื่องจนเป็นนิสัย ซึ่งจะว่าไปแล้วนี่คือสิ่งที่เรียกว่าพื้นฐานทั้งสิ้น ซึ่งบริษัทก็มีระบบ ที่ยอดเยี่ยมและคอยสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง น่าเสียดายแทนหลายๆ คนที่ตัดสินใจก้าวออกจากประกันชีวิตไป ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วทุกคนก็มีความเท่าเทียมกันในความสำเร็จ ผมเชื่ออย่างนั้นนะ

จากความสำเร็จที่มั่นคง จนมาถึงวันนี้ ผมถือว่านี่คือกำไรชีวิต ที่ได้ทำตามคำมั่นสัญญาที่ได้พูดไว้กับลูกค้ามาตลอด 30 ปี ด้วยความไว้วางใจจากลูกค้าไม่ว่าจะเป็นรายเล็ก รายใหญ่ก็ตาม ล้วนมีความสำคัญ          ไม่แตกต่างกัน เพราะสำหรับผมแล้ว ลูกค้าคือส่วนหนึ่งของครอบครัว จะมีอาชีพไหนบ้างที่เราสามารถเข้าถึง ได้รับความไว้วางใจในการให้ข้อมูลปรึกษา ทั้งในด้านการเงิน สุขภาพ เรื่องส่วนตัว เพื่อที่จะมอบกรมธรรม์ที่ตรงกับความต้องการและก่อเกิดผลประโยชน์สูงสุด บ้านของผมคือลูกค้า ผมสามารถเข้าไปนั่งในดวงใจของลูกค้าได้    นี่คือบ้านของผมที่ผมสร้างด้วยตนเอง

ทำในสิ่งที่เราสามารถทำได้ และต้องการทำ

 ผมก็ทำงานตามปกติ  เมื่อ 30 ปีที่แล้วผมทำงานอย่างไร  วันนี้ผมก็ทำอย่างนั้น เพราะงานขายประกันได้กลายเป็นกิจวัตรประจำวันไปแล้ว  เราเคยทำอย่างไรกับลูกค้าก็ทำอย่างนั้น  สิ่งที่เราทำกลายเป็นนิสัยไปแล้ว เป็นสิ่งที่ไม่ใช่ผิดปกติวิสัยที่เราต้องรักษา มันเป็นสิ่งที่เราต้องทำอยู่แล้ว เพราะมันทำอยู่ทุกวัน กลายเป็นชีวิตประจำวันไปเลย เหมือนตื่นขึ้นมาอาบน้ำ แปรงฟัน แต่งตัว กินข้าว ออกจากบ้าน การทำคุณวุฒิ  TNQA ก็เหมือนกัน คุณต้องมีการคัดลูกค้า  พบลูกค้า  ขายลูกค้า  บริการลูกค้า  เสร็จแล้วก็ขายเพิ่ม  มันเป็นกิจวัตร เป็นวงจรชีวิตที่เราทำอยู่ทุกวัน และตัวแทนประกันชีวิตยังได้เติบโตและเรียนรู้ไปพร้อมๆ กับลูกค้าอีกด้วย (We Growth by The Customer)”

การขายประกันชีวิต ไม่ได้จบลงด้วยการปิดการขาย แต่เป็นจุดเริ่มต้นของสายสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า ไม่มีใครทำให้คุณล้มเหลวได้ ถ้าคุณไม่ยอม และไม่มีใครทำให้คุณประสบความสำเร็จได้ ถ้าคุณไม่ลงมือทำ

ทรงสันห์ได้สัมผัสกับอิสรภาพตามที่หวังไว้ แต่หลายคนยังคงเห็นเขาทำงานอย่างต่อเนื่อง มันอาจจะดูขัดกับความต้องการหลายๆ คน อิสระ ในนิยามของหลายคนอาจหมายถึงการไม่ต้องทำงานและมีรายได้อย่างต่อเนื่อง แต่สำหรับผมมันไม่ได้หมายความว่ามีเวลาว่าง แต่หากหมายถึงผมมีอิสระในการทำในสิ่งที่ผมต้องการ และสิ่งนั้นก็คือ การเป็นตัวแทนประกันชีวิต และผมจะยังทำมันไปจนกว่าผมจะเดินไม่ไหว

การได้รางวัล TNQA นับว่ายากแล้ว แต่การรักษารางวัล TNQA ให้ต่อเนื่อง ยากยิ่งกว่า

คือคำพูดที่ ทรงสันห์ มักจะกล่าวกับหลายคนเมื่อมีโอกาสพูดถึงการได้รับคุณวุฒิตัวแทนคุณภาพดีเด่นแห่งชาติ (TNQA – Thailand National Quality Awards) ต่อเนื่องยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์วงการประกันชีวิตไทย “เพราะคุณวุฒิ TNQA เป็นคุณวุฒิที่สะท้อนถึงคุณภาพธุรกิจระยะยาวอย่างแท้จริง เพราะตัวแทนต้องมีความพยายามในการนำเสนอขายด้วยความตั้งใจ มุ่งเน้นคุณภาพ และความซื่อสัตย์ จริงใจต่อลูกค้า เพื่อให้รักษาไว้ซึ่งผลงานคุณภาพ จนเป็นบทพิสูจน์ถึงความสำเร็จอันยาวนาน และสะท้อนความไว้วางใจของลูกค้าจากคุณค่าในการรักษาความยั่งยืนของกรมธรรม์ ซึ่งผมจะพยายามรักษามาตรฐานไว้ที่ 90-100%  ตลอด  30  ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ รางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ได้รับคือ ความไว้วางใจที่ลูกค้า    มีให้กับเรา ผมถือว่าเป็นเป้าหมายใหญ่สุดในชีวิตการทำงานที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ SCBLIFE     ที่ต้องการเป็น บริษัทประกันชีวิตที่ประชาชนคนไทยไว้วางใจเช่นกัน”

การเริ่มต้นที่ดีด้วยทัศนคติที่ถูกต้องจะเป็นรากฐานที่สำคัญ สำหรับผู้ที่ต้องการประสบความสำเร็จบนถนนสายนี้  “ผมจึงอยากให้ตัวแทนทุกคนมีทัศนคติที่ว่า ประกันชีวิตไม่ใช่เครื่องมือสร้างรายได้ของตัวแทน แต่เป็นเครื่องมือสร้างหลักประกันความมั่นคงของชีวิตลูกค้า  การทำอาชีพนี้ คือการที่เราได้สร้างคุณค่าให้กับชีวิตของลูกค้า”

บทส่งท้าย...

              สิ่งง่ายๆ ที่ทำซ้ำๆ แบบนี้นี่เอง ที่ทำให้นักขายประกันชีวิตคนหนึ่งประสบความสำเร็จต่อเนื่องยาวนานถึง 30 ปี เรื่องง่ายๆ  พื้นๆ ที่ทำให้ ทรงสันห์  สถิตนาเวศกุล  กลายเป็นนักขายผู้ยิ่งใหญ่ เป็นผู้ที่สร้างสถิติเป็นคนแรกของประเทศไทย คือ ผู้ที่สร้างความสำเร็จระดับตำนานของ SCBLIFE และประวัติศาสตร์ประกันชีวิตไทย สิ่งง่ายๆ ที่อาจจะทำยากสำหรับใครหลายๆ คน แต่หากพิจารณาในทุกๆ ถ้อยคำที่ทรงสันห์ ได้กล่าวไว้ข้างต้น  ก็จะทราบถึงแนวทางการทำงานที่นำไปสู่ความสำเร็จที่ทุกท่านสามารถนำไปใช้ได้อย่างเท่าเทียมกันอย่างแน่นอน

              (บทสัมภาษณ์ธุรกิจประกันภัย หนังสือพิมพ์เส้นทางนักขาย ฉบับที่ 352 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 กรกฎาคม 2560)

บทสัมภาษณ์ : คุณเอกรัตน์ ฐิติมั่น เอไอเอ ประเทศไทย

สร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าผ่านนวัตกรรมด้านดิจิทัล

ยึดหัวหาดผู้นำตลาดธุรกิจประกันชีวิตต่อเนื่อง”

คุณเอกรัตน์ ฐิติมั่น

ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายดูแลลูกค้า

เอไอเอ ประเทศไทย

การให้ความสำคัญกับนวัตกรรมดิจิทัลเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรัฐบาลพยายามที่จะเน้นเรื่องของ Thailand 4.0 ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งจะสังเกตเห็นว่าองค์กรส่วนใหญ่เริ่มตระหนักถึงความสำคัญของนวัตกรรมดิจิทัลสำหรับธุรกิจเพิ่มมากขึ้น และเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงองค์กรสู่ดิจิทัลเป็นวาระสำคัญสำหรับกลยุทธ์ทางธุรกิจโดยรวม

เพราะฉะนั้น ความจำเป็นที่จะต้องพัฒนากลยุทธ์ขององค์กรเพื่อให้สามารถรักษาตำแหน่งทางการตลาด และในขณะเดียวกันก็สามารถเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า และสามารถรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ได้โดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลถือเป็นความท้าทายที่สำคัญสำหรับองค์กร

เฉกเช่น “เอไอเอ ประเทศไทย” หนึ่งในผู้นำตลาดด้านธุรกิจประกันชีวิตที่อยู่มานานเกือบ 80 ปี กับยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนวัตกรรมดิจิทัลบริการลูกค้ายุคประกัน 4.0 ผ่านการบอกเล่าเรื่องราวโดย “คุณเอกรัตน์ ฐิติมั่น” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายดูแลลูกค้า เอไอเอ ประเทศไทย ในการใช้กลยุทธ์ดิจิทัล (Digital Strategy) มุ่งมั่นสร้างสรรค์เครื่องมือใหม่ๆ เพื่อให้มีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าได้ดีขึ้นและสามารถรักษาความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับลูกค้าไว้ไปพร้อมกับการทำงานที่มีประสิทธิภาพได้อย่างต่อเนื่อง

@ เอไอเอบริการลูกค้าด้วยนวัตกรรมดิจิทัลยุค 4.0

เอกรัตน์ ฐิติมั่น” เปิดเผยว่า เอไอเอมีเป้าหมายหลัก คือ มุ่งพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อมอบการบริการที่สร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า โดยหนึ่งในนวัตกรรมดิจิทัลที่สนับสนุนการให้บริการของพลังตัวแทนเอไอเอที่มีอยู่กว่า 60,000 คนทั่วประเทศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น คือ แอปพลิเคชัน “iPoS+” ซึ่งเป็นช่องทางใหม่ในการสนับสนุนการบริหารงานและกระบวนการขายสำหรับตัวแทนเอไอเอ โดยเฉพาะการจัดการงานขาย ทำให้ไม่พลาดข้อมูลสำคัญ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน และเมื่อไร ทุกอย่างจะอยู่เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส

“iPoS+” เป็นโปรแกรมที่รองรับการทำงานบน iPad ซึ่งสามารถให้บริการแก่ลูกค้าแบบครบวงจรบนอุปกรณ์ชิ้นเดียว ตั้งแต่การวิเคราะห์ความต้องการทางการเงินลูกค้า เตรียมใบเสนอขาย นำเสนอแบบประกันที่เหมาะสมแก่ลูกค้า รวมถึงปิดการขาย ซึ่งลูกค้าสามารถเซ็นใบสมัครผ่านทางระบบโดยไม่ต้องใช้กระดาษ นอกจากนี้ เอไอเอยังต่อยอดพัฒนาแอปพลิเคชัน “iCare” สำหรับตัวแทนเอไอเอเพื่อสนับสนุนงานบริการหลังการขาย โดยลูกค้าสามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลกรมธรรม์ได้ผ่านทางระบบโดยไม่ต้องส่งเอกสาร อาทิ เปลี่ยนแปลงที่อยู่ เปลี่ยนแปลงผู้รับผลประโยชน์ และเปลี่ยนงวดการชำระเบี้ยประกันภัย เป็นต้น

เอกรัตน์” กล่าวว่า ปัจจุบันเสียงตอบรับจากตัวแทนค่อนข้างดี โดยมีจำนวนใบสมัครใหม่ที่ยื่นผ่าน iPoS+ มากกว่าครึ่ง และมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเอไอเอแต่ละประเทศต่างพยายามผลักดันแอปพลิเคชันตัวนี้ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีเลิศให้กับทั้งลูกค้าและตัวแทน

@ AIA iService บริการลูกค้า ง่าย จบ ครบในแอปเดียว

ผลสำรวจของ “สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์” ระบุว่า “อัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยอยู่ที่ร้อยละ 85 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ และจำนวนร้อยละ 65 ใช้งานผ่านสมาร์ทโฟน โดยอันดับแรก คือ  ผู้ใช้งานเล่นโซเชียลมีเดีย รับชม YouTube หาข้อมูลทาง Google แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ การใช้งานที่มากเป็นอันดับห้า คือ “การทำธุรกรรมทางการเงินผ่านสมาร์ทโฟน” นี่จึงเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เอไอเอไม่หยุดที่จะคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้หลากหลายมากขึ้น

และจากผลสำรวจดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมของลูกค้าที่พร้อมจะก้าวสู่ยุคดิจิทัล ทำให้เอไอเอมุ่งมั่นสร้างสรรค์บริการต่างๆ เคียงข้างลูกค้า ด้วยการเปิดตัวแอปพลิเคชัน “iService” เมื่อปีที่ผ่านมาเพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลกรมธรรม์ และรายละเอียดความคุ้มครองได้อย่างสะดวก พร้อมฟังก์ชันที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการด้วยฟีเจอร์หลัก ๆ ดังต่อไปนี้

1.ข้อมูลกรมธรรม์ ดูรายละเอียดกรมธรรม์ พร้อมสรุปความคุ้มครองกรมธรรม์ 2.ชำระเบี้ยประกันภัย เช็คประวัติการชำระเบี้ยประกันภัย และสามารถแสดงบาร์โค้ดเพื่อชำระเบี้ยประกันภัยผ่านธนาคารหรือเคาน์เตอร์เซอร์วิส 3.เรียกร้องสินไหม สามารถตรวจสอบสถานะการเรียกร้องสินไหม และประวัติการเรียกร้องสินไหมของแต่ละกรมธรรม์ 4.แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้ลูกค้าแจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนตัว เช่น ที่อยู่สำหรับรับเอกสาร เบอร์ติดต่อหรือเปลี่ยนอีเมล์ 5.สิทธิประโยชน์ จากร้านค้าชั้นนำ โดยสามารถดาวน์โหลดสิทธิประโยชน์ได้ทันทีผ่านแอปพลิเคชัน 6.ค้นหาสถานที่ และติดต่อตัวแทน ซึ่งเป็นบริการที่ได้รับเสียงตอบรับที่ดีมาก เนื่องจากสามารถค้นหาโรงพยาบาล สำนักงานตัวแทน และร้านค้าที่ลูกค้าสามารถรับสิทธิประโยชน์ อีกทั้งสามารถติดต่อตัวแทนบริการได้ทันที ปัจจุบันแอปพลิเคชันตัวนี้ คือ อีกหนึ่งนวัตกรรมที่ตอกย้ำความเชื่อมั่นว่าเอไอเอ คือ บริษัทประกันชีวิตที่เข้าใจชีวิต เข้าใจคุณอย่างแท้จริง (The Real Life Company)

เอกรัตน์” กล่าวว่า การเปิดตัวแอปพลิเคชัน “iService” ถือเป็นการเริ่มต้นขับเคลื่อนการทำงานในเฟสแรก เนื่องจาก Roadmap แอปพลิเคชันตัวนี้ถูกวางไว้ 2 ปี เพื่อดูความต้องการของลูกค้าที่อาจจะเปลี่ยนแปลงไป และเพื่อปรับเปลี่ยนตามความต้องการของลูกค้าได้ในทันที โดยคาดว่าจะมีลูกค้าที่ใช้งาน iService ผ่านรูปแบบ Mobile Application และ Website อยู่ที่ร้อยละ 10 ของฐานลูกค้าที่มีอยู่กว่า 5.5 ล้านคน และจะพยายามผลักดันให้มียอดผู้ใช้งานเติบโตเพิ่มมากขึ้นในปีต่อ ๆ ไป

@ AIA Digital Innovation Roadmap ก้าวสู่ผู้นำตลาดต่อเนื่อง

 “เอกรัตน์” กล่าวทิ้งท้ายว่า สิ่งที่น่าตื่นเต้นนับจากนี้ คือ “Digital Innovation Roadmap” ของเอไอเอ ประเทศไทย ยังมีอะไรให้น่าติดตามอีกมากมาย ซึ่งเชื่อว่าทุกปีจะได้เห็นนวัตกรรมใหม่ ๆ ด้านดิจิทัลของเอไอเออย่างแน่นอน

ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายดูแลลูกค้า เอกรัตน์ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับทีมงานเอไอเอ ประเทศสิงคโปร์ จัดตั้งทีม “AIA Edge” ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบดูแลด้านนวัตกรรม และเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เอไอเอจะได้ทำงานร่วมกับกลุ่มสตาร์ทอัพที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในทั่วทุกมุมโลก เพื่อสร้างโอกาสในด้านนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับกลุ่มบริษัทเอไอเอ รวมถึงเอไอเอ ประเทศไทย โดยเฉพาะกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในยุคของ “Insure Tech” ได้เป็นอย่างดี

              สิ่งสำคัญสำหรับยุค 4.0 คือเราต้องเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร บางทีสิ่งที่ต้องกลัวที่สุด อาจไม่ใช่กลัวว่าจะผิดพลาดหรือล้มเหลว แต่ต้องกลัวที่จะตกเทรนด์ และกลัวที่จะตามตลาดไม่ทัน เมื่อไรก็ที่ตามเราสามารถเปลี่ยน Mindset ของคนภายในองค์กรให้พร้อมเรียนรู้และพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นไปอีก เมื่อนั้นองค์กรก็จะเติบโตได้อย่างมั่นคง...

              (บทสัมภาษณ์ธุรกิจประกันภัย หนังสือพิมพ์เส้นทางนักขาย ฉบับที่ 351 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1-15 กรกฎาคม 2560)

Subscribe to this RSS feed
Bingo sites http://gbetting.co.uk/bingo with sign up bonuses