updated 8:51 AM ICT, Dec 18, 2017
Headlines:
Super User

Super User

สมาคมประกันชีวิตไทย แนะนำประชาชนวางแผนภาษี

            ในช่วงโค้งสุดท้ายของปีถือเป็นช่วงเวลาของการวางแผนทางการเงินและมองหาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดหย่อนภาษี  ซึ่งประกันชีวิตถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจและสามารถตอบโจทย์ความต้องการทั้งในเรื่องของความคุ้มครอง และการออมตลอดจนการลงทุน รวมทั้งสิทธิประโยชน์ในเรื่องของการลดหย่อนภาษีได้เป็นอย่างดี

            นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า ประชาชนส่วนใหญ่จะวางแผนภาษีในช่วงปลายปีกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลาย สำหรับประกันชีวิตซึ่งนอกจากจะเป็นเครื่องมือช่วยบริหารความเสี่ยงทางด้านการเงินแล้ว ยังเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ภาครัฐให้ความสำคัญและอยากให้คนไทยมีประกันชีวิตเพื่อเป็นหลักประกันอนาคตจึงได้มีมารตรการทางด้านภาษีมาเป็นตัวกระตุ้น  โดยกรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีกำหนดระยะเวลาคุ้มครอง ตั้งแต่ 10 ปี ขึ้นไป สามารถนำเบี้ยประกันชีวิตที่ชำระมาลดหย่อนภาษีเงินได้สูงสุดถึง 100,000 บาท ส่วนประกันชีวิตแบบบำนาญสามารถนำเบี้ยประกันชีวิตที่ชำระไปหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 200,000 บาท และล่าสุดภาครัฐได้ให้ความสำคัญลงมติเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2560 ให้สามารถนำเบี้ยประกันสุขภาพตามจำนวนที่จ่ายจริงมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้ไม่เกิน 15,000 บาท แต่เมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท โดยเป็นเบี้ยประกันสุขภาพที่จ่ายไปตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป

            ทั้งนี้ ประกันสุขภาพที่สามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้นั้นต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ

            1.การประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลอันเกิดจากการเจ็บป่วยและบาดเจ็บ การชดเชยการทุพพลภาพและการสูญเสียอวัยวะเนื่องจากการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ

            2.การประกันอุบัติเหตุเฉพาะที่ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

            3.การประกันภัยโรคร้ายแรง    

            4.การประกันภัยการดูแลระยะยาว 

          นอกจากนี้ในกรณีของบุตรที่ดูแลบิดา มารดา โดยซื้อกรมธรรม์ประกันลูกกตัญญู จะสามารถนำเบี้ยประกันสุขภาพของบิดา มารดามาหักลดลดหย่อนภาษีเงินได้สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท และถ้ามีพี่น้องหลายคนสามารถแบ่งหักลดหย่อนภาษีได้เท่าๆ กัน ทั้งนี้บิดา มารดาต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี

          นายกสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตมีหลากหลายรูปแบบทั้งระยะสั้นและระยะยาว สามารถตอบโจทย์ความต้องการทางการเงินเป็นอย่างดีพร้อมรับสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรได้อีกด้วย

อาคเนย์ส่งท้ายปลายปีออกปฏิทินชุด “รังวัด” ชูศิลปะวัดอรุณผสานกับเทคโนโลยีเออาร์สุดล้ำ ผ่านแอพพลิเคชั่น SEG

อาคเนย์ กลุ่มธุรกิจประกันและการเงิน สืบสานงานศิลปวัฒนธรรมในยุคดิจิตอล จัดทำปฏิทินตั้งโต๊ะชุด แบบ รังวัด” (Measure Drawing) วัดอรุณราชวราราม  ที่บอกเล่าศิลปะและสถาปัตยกรรมของวัดอรุณ เพียงดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น SEG ผ่านสมาร์ทโฟนสแกนไปที่หน้าปฏิทิน จำลองภาพโมเดลสามมิติ ภาพนิ่งภาพ 360 องศา คลิปวิดีโอพร้อมเสียงบรรยาย จำหน่ายในราคาชุดละ 99 บาทเท่านั้น ทุกท่านที่สนใจสามารถจับจองเป็นเจ้าของกันได้ที่ร้านนายอินทร์และเอเชีย บุ๊คส์ ได้แล้ววันนี้ พร้อมชมคลิปวิดิโอวิธีสแกนหน้าปฏิทินได้ที่ https://www.facebook.com/Segsoutheastpage/videos/pcb.1551556008214802/1551555364881533/?type=3&theater

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

ปฏิทินชุด แบบ รังวัด” (Measure Drawing) วัดอรุณราชวราราม นี้ นำเสนอแบบสถาปัตยกรรมของอาคารสำคัญของวัด 4 หลัง ได้แก่ หมู่พระพุทธปรางค์ พระอุโบสถ พระวิหาร และซุ้มประตูยอดมงกุฎ แสดงถึงเอกลักษณ์และพัฒนาการของงานสถาปัตยกรรมไทยภายใต้คติความเชื่อทางพระพุทธศาสนาในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์  ผ่านการจำลองแบบพิมพ์เขียว (Blueprint)

ซึ่งเป็นการทำสำเนาจากต้นแบบในอดีต เป็นลายเส้นสีขาวบนพื้นสีน้ำเงิน พร้อมด้วยการระบุตำแหน่ง ระยะ โดยมีตัวเลขกำกับที่แม่นยำเที่ยงตรง  รวมความถูกต้องและสวยงามสมจริงไว้ด้วยกันในปฏิทินชุดนี้

ปฏิทินตั้งโต๊ะชุด แบบ รังวัด” (Measure Drawing)  วัดอรุณราชวราราม หน้าปกพิมพ์สีพิเศษสีน้ำเงิน ตัดเส้นสีขาว เนื้อในปรากฏเป็นลวดลายสีขาวลงบนพื้นสีน้ำเงินแบบพิมพ์เขียว ขนาด 9.5 x 6 นิ้ว พิมพ์สีพิเศษแบบพิมพ์เขียว

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่:

วิริยาภรณ์  โปษยานนท์          โทร. 0 2631 1311  ต่อ 5574             Email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

 

เมธี  ทังสุภูติ               โทร. 0 2631 1331 ต่อ 288                Email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

คอลัมน์ ริงไซด์ประกัน ฉบับที่ 362

***นี่ก็จะหมดไปแล้วอีกปีหนึ่ง   คอลัมน์ "ริงไซด์ประกัน" ฉบับนี้ก็คงต้องขอส่งกำลังใจและเอาใจช่วยเหล่าเพื่อนๆนักขายทุกค่ายมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จกับการทำตัวเลขยอดขายในโค้งสุดท้ายก่อนจะอำลาปีนี้กันทุกๆท่านนะครับ***

***ต้องขอแสดงความยินดีกับท่านอาจารย์ รัตน์ ศรีรัตนบัลล์ ผู้อำนวยการภาคระดับสูง เอไอเอ ประเทศไทย เพิ่งจัดงานเฉลิมฉลองวันเกิดครบรอบ 80 ปี ไปหมาดๆที่โรงแรมนารายณ์ ถ.สีลมเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา

โดยงานวันเกิดจัดในธีม The Gatsby night ภายในงานมีลูกศิษย์ลูกหา ลูก หลาน ผู้ที่ให้ความเคารพแก่อาจารย์รัตน์ต่างเดินทางมาร่วมงานกันอย่างไม่ขาดสายเลยทีเดียว สมกับทุกคนกล่าวขานยกย่องให้เป็นปรมาจารย์วงการประกันชีวิตอย่างไม่ต้องกังขาจริงๆ***

***คนในวงการประกันภัยต่างพากันงงๆ ไม่รู้น้อยอกน้อยใจอะไรในบริษัทพุทธธรรมประกันภัยก็ไม่รู้ได้ ล่าสุดเสี่ย สมานชาติ เอียสกุล รองกรรมการผู้จัดการและหัวเรือใหญ่ฟันเฟืองสำคัญ เลยตัดสินใจเด็ดขาดลาออกจากตำแหน่งไปพร้อมๆกับกรรมการผู้จัดการหรือผู้เป็นพ่อ(นายธเนตร เอียสกุล หรือเสี่ยกิมก่าย เอียสกุลคนดังแห่งเมืองหนองคาย และผู้ผูกขาดการส่งออกข้าวเหนียวรายใหญ่ที่สุดไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว รวมทั้งมีกิจการโรงสีข้าว โรงมันอัดเม็ด และธุรกิจบริการขนส่งทางรถบรรทุกสายอีสาน***

***ท่ามกลางธุรกิจประกันชีวิตกำลังเจอน้ำท่วมภาคใต้ส่งท้ายปีช่วง 1-2 เดือนนี้ ทำเอายอดขายทางภาคใต้อาจจะสะดุดไม่เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ แต่ทางค่ายไทยสมุทรประกันชีวิตของท่านนายกสมาคมประกันชีวิตไทยหรือ นุสรา (อัสสกุล)บัญญัติปิยพจน์

ดูจะเป็นปลื้มมากเวลานี้ เมื่อตัวแทนทั้งสายภาคตะวันออก ภาคกลางและภาคใต้ ล้วนทำผลงานดีวันดีคืน จนเวลานี้เรียกว่ามีจำนวนผู้ติดคุณวุฒิ MDRT พุ่งพรวดเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าตัว จากเมื่อปีที่แล้ว มีเพียง 12 คน ปีนี้น่าจะติดไม่ต่ำกว่า 25 คน เพราะด้วยอานิสงส์ของตัวแทนไทยสมุทรฯเริ่มหันมาจับลูกค้ารายใหญ่ได้เยอะขึ้นนั่นเอง ข่าวแว่วจากวงในมาว่า รอบนี้ท่านนายกฯนุสรา ตั้งใจจะลงทุนพาทีมงานตัวแทนที่ติดคุณวุฒิ MDRT ทั้งหมดบินลัดฟ้าไปประชุมMDRT ที่สหรัฐอเมริกาด้วยตัวเอง ทุกปีให้สมาคมMDRTพาไป เลยทำเอาบรรยากาศฝ่ายขายไทยสมุทรฯคึกคักกันใหญ่เลยเชียว***

***เช่นเดียวกับ นิตยา มาแก้ว แห่งค่ายเอไอเอ เวลานี้เพื่อนๆต่างลุ้นเอาใจช่วยกัน ให้ทำสำเร็จ ก็จะเป็นมหัศจรรย์หญิงแกร่งแห่งปีที่สามารถทำได้เป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย

ซึ่งขายประกันชีวิตลูกค้ารายเดียวด้วยเบี้ยประกันสูงสุด 130 กว่าล้านบาท หรือคิดเป็นทุนเอาประกันพันล้านบาท ซึ่งเท่ากับพิชิตคุณวุฒิ MDRTได้เป็น 10 เท่าของ TOT ทีเดียว ซึ่งไม่เคยมีใครปิดเคสเดียวได้สูงขนาดนี้มาก่อน***

***สมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน(THAIFA)ในยุค บงกช บวรฤกษ์ นั่งกุมบังเหียนเป็นนายกสมาคมตัวแทนฯเวลานี้

ต้องขอบอกว่า ขับเคลื่อนเอาจริงเอาจังกับการเรียกร้องให้ภาครัฐปลดล็อคภาษีไม่เป็นธรรมอย่างต่อเนื่อง ก็หวังว่า จะมีข่าวดีให้กับคนในวงการและอุตสาหกรรมประกันชีวิตได้ชื่นใจ ในวาระครบรอบ 50ปีของการจัดตั้งสมาคมตัวแทนฯในปี2561 นี้ แว่วๆว่า ในปีหน้าที่จะถึงนี้ท่านนายกสมาคมตัวแทนฯจัดงานใหญ่ทีเดียว สำหรับกิจกรรมรายการใหญ่ๆอย่าง Thai as One ยันการจัดมอบรางวัล NAA ซึ่งก็คงจะต้องติดตามข่าวสารสมาคมตัวแทนฯออกมาอย่างเป็นทางการอีกที***

***นี่ก็ทำสถิติใหม่วิ่งรอกเดือนเดียว 4 ประเทศ(อินโดฯ ,ฟิลิปปินส์ ,มาเลเซีย และเวียดนามทีเดียวสำหรับ พรประภา สุกรีภิรมย์ ประธาน MDRTภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 2017-2018 

ทั้งเยี่ยมเยียนบริษัทประกันชีวิต ไหนจะประชุมคณะกรรมการMDRT เพราะฉะนั้นสมควรแล้วที่ถึงสิ้นปีนี้สมาชิกMDRT ในภูมิภาคนี้จะโตวันโตคืนทะลุหมื่นคน หรือเติบโต 25% จากสมาชิกเดิมที่มีอยู่ 7,500 คน กว่าจะมีวันนี้ได้ ต้องใช้เวลากว่า 10 ปีทีเดียว แต่พอ พรประภาเข้ามารับตำแหน่ง ก็ลุยทำงานทั้งเดินสายเยี่ยมเยียนและพบปะพูดคุยกับซีอีโอและซีเอโอของบริษัทประกันชีวิตในภูมิภาคนี้มาแล้วกว่า 30 บริษัท เพราะฉะนั้นอย่างนี้แล้วจำนวนสมาชิกMDRT มีหรือจะไม่เติบโตพุ่งพรวดเช่นนี้ฮ่า ฮ่า ฮ่า จริงมั้ยค้าบเจ้ชิ้น*** 

***ทิ้งท้ายฉบับนื้กับกิจกรรมเด็ดๆส่งท้ายปี กับเอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต ขอท้าผู้กล้า นักล่าฝัน และอากาเซ่ GOT7สายแชร์ที่มีแพชชั่นเบอร์แรง มาร่วมสนุกกับแคมเปญ FWD Real People, Real Passion Season 4”

เพื่อเฟ้นหาสุดยอดนักล่าฝันที่ เล่าเรื่องราว ความภูมิใจในแพชชั่นสุดคูลที่กำลังทำอยู่หรือทำไปแล้ว ใครตอบโดนใจสุดๆ เตรียมลุ้นร่วม “ทริปลับสุดฟิน” (Mystery Trip)กับเอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต รู้แล้วอย่าช้า แชร์เล้ย รออะไร... ใครสนใจลองคลิกอ่านรายละเอียดและร่วมกิจกรรมได้ที่ fwdpassion.com ตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2560 –ถึงวันที่31มกราคม2561 และสามารถติดตามเรื่องราวของหนุ่มๆGOT7 ได้ทางYouTube, Line Official Account, Instagram,และFacebookของFWD Thailand***

จับตาคลื่น 4.0 สร้างสรรค์และทำลาย!

            งานนี้ ไม่มีคำว่าถอยหลัง มีแต่เดินหน้าหรือไม่ก็ล้มหาย

            รัฐบาลไทยจำต้องทุ่มสุดๆในการขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 เพื่ออัพเกรดประเทศสู่โลกแห่งนวัตกรรม กระชากคนไทยพ้นหลุมดำ จาก“รายได้ปานกลาง”สู่“รายได้สูง”

             อย่างที่เกริ่นไว้ ถ้าเราไม่เดินสู่ 4.0 หรือเพียงแค่เดินช้าอุ้ยอ้าย เจ้า 4.0 ก็จะกลืนเรา ถึงขั้นย่อยสลายหายจากแผนที่เลยก็อาจเป็นได้

             ซึ่งที่กดปุ่มไปแล้วนั้น คือการต่อยอด อิสเทิร์น ซีบอร์ด สู่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(Eastern Economic Corridor) หรือเรียกกันสั้นๆว่า EEC โดยครอบคลุมพื้นที่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง พร้อมกับเดินหน้าปั้นแห่งสู่การพัฒนาเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EECi ซึ่งตัว I ที่ต่อท้ายก็คือ Innovation หรือนวัตกรรมนั่นเอง              

             เป้าหมายชัดเจน มุ่งเน้น 10 อุตสาหกรรมแห่นวัตกรรม หวังเม็ดเงินลงทุนจากภาคเอกชน 1.5 ล้านล้านบาท สร้างงานปีละ 100,000 ตำแหน่ง สร้างฐานภาษีใหม่ปีละ 100,000 ล้านบาท ดึงนักท่องเที่ยวปีละ 10 ล้านคน ดันเศรษฐกิจโตได้ 5%

            และ EEC ก็ไม่ต่างอะไรกับหัวใจของไทยแลนด์ 4.0 เป็นระบบนิเวศของนวัตกรรมไทย ในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในโลกแห่งดิจิทัล

             เนื่องเพราะสิ่งที่จะพ่วงมากับคำว่า EEC มีทั้งรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ มอเตอร์เวย์ ทางหลวง ท่าเรือน้ำลึก ไปจนถึงศูนย์ซ่อมอากาศยาน ที่สนามบินอู่ตะเภา

             เฉพาะตรงนี้ ก็มีเม็ดเงินสะพัดร่วม 5 แสนล้านทีเดียว!

            นี่คือสิ่งประเทศไทยเตรียมรับมือ เพื่อรองรับการลงทุน ไม่เช่นนั้น นักลงทุน 4.0 คงแห่กันไปที่เวียดนาม จนไทยเป็นเมืองร้างไปแน่

             นี่จึงไม่ใช่สิ่งที่ไทยควรจะทำ แต่เป็นสิ่งที่ “ต้อง”ทำ!

            รัฐเดินหน้า เอกชนก็คงอยู่เฉยๆไม่ได้ งานนี้อดีตบอสใหญ่ ปตท. ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ได้กล่าวไว้ที่สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ก่อนที่จะได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมไม่กี่วันว่า รัฐบาลก็คงต้องสร้างความมั่นใจให้กับภาคเอกชน เร่งออกกฎหมายเพื่อสร้างความชัดเจน เนื่องจากเม็ดเงินลงทุนค่อนข้างสูง เพื่อให้สอดรับกับคลื่นธุรกิจเศรษฐกิจที่กำลังเปลี่ยนไป

             เนื่องเพราะชีวิต ธุรกิจและอุตสาหกรรม ที่ว่ากันว่าโลก 4.0 นั้น ไม่ไปไม่ได้แล้วจริงๆ เพราะการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล จะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน ชนิดที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนทางสังคมอย่างชัดเจน ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ Disruption Technology คือการเกิดของใหม่ ที่จะทำลายของเก่าโดยสิ้นเชิง

             ลองเทียบเคียงดูร้านสะดวกซื้อ ที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ แล้วค่อยๆเขมือบของเดิมๆทั้งโชห่วยและตลาดสดอย่างเห็นได้ชัด

             อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีจะก่อให้เกิดธุรกิจใหม่ๆขึ้นมา ยิ่งหากมองในภาคการเงินจะเห็นความชัดเจนขึ้นมาทันที ด้วยการก่อกำเนิดโลกเสมือนจริง ในรูปของเงินเสมือนจริง นั่นคือการเกิดของ Bitcoin ที่ก่อตัวขึ้นมาเมื่อปี 2008 โดยชาวญี่ปุ่นที่ชื่อ ซาโตชิ นากาโมโต้ ซึ่งการสร้างเงินเสมือนจริงตัวนี้ ก็มาจากเทคโนโลยีที่เรียกกันว่า“บล็อกเชน”(Blockchain) ซึ่งก็คือรูปแบบการเก็บข้อมูลที่มั่นใจได้ว่าเชื่อถือได้อย่างแน่นอน เมื่อมาอยู่ในบล็อกเชนนี้แล้ว มั่นใจได้เลยว่าไม่มีการปลอมแปลงได้แน่นอน เช่นนี้ ก็จะสามารถกำจัด “ตัวกลาง”ในการแลกเปลี่ยนออกไปได้เลย

             จากตัวเลขของแบงก์ชาติระบุว่า มีคนไทยใช้สกุลเงินตัวนี้วันละ 300 ล้านบาททีเดียว โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ที่มั่นอกมั่นใจถึงกับแบกความเสี่ยงของเงินสกุลนี้ไว้เลย

             ดูจะไม่ใช่ธรรมดาแน่นอน!!

             หากว่าสกุลเงินยังได้รับความน่าเชื่อถือขนาดนี้ อย่างอื่นๆก็คงไม่ใช่เรื่องยาก เท่ากับเป็นสัญญาณบ่งบอกชัดๆว่า ถ้าใครปรับตัวไม่ได้ โดนเทคโนโลยีกลืนเอาง่ายๆ

             นอกจากนี้ยังมีอีกเทคโนโลยีคือ “บิ๊ก ดาต้า”(Big Data) อันคือข้อมูลขนาดมหาศาลที่รวมตัวกันอยู่นี่แห่งเดียว และใช้อีกเทคโนโลยีในการประมวลผล กลั่นกรอง เสาะหาและส่งข้อมูลออกมา ดังจะเห็นจากนวัตกรรมรถยนต์ ที่มีเซ็นเซอร์นับร้อยตัวในการควบคุมในตัวรถ

             จากคลื่น 4.0 ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลง พร้อมกับการกลืนกิน ทำให้มีการวิพากษ์ถึง 10 อาชีพที่จะถูกเทคโนโลยี AI หรือปัญญาประดิษฐ์แย่งงาน ถึงขั้นคนอาชีพนี้ต้องล่มสลายทีเดียว น่าเสียวไส้เพราะอาชีพที่ว่ามีทั้งแพทย์ จิตแพทย์ นักข่าว บรรณาธิการ นักการตลาดออนไลน์ นักกฎหมาย นักพัฒนาเว็บไซต์ นักบัญชี ผู้ดูแลออฟฟิศ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล

             พื้นที่ 4.0 ไม่มีที่ว่างให้ 0.4 จริงๆ!!

             เมื่อประมวลภาพแห่งอนาคตดูแล้ว นี่คือสิ่งที่คนไทย จะต้องตระหนักยิ่ง การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ รวดเร็ว กระทบแรง และไม่หยุดรอใคร ทั้งในชีวิตประจำวัน ชีวิตทำงานและชีวิตธุรกิจ ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเร่งปรับตัวรับมือให้ทันท่วงที

             เพราะหมายถึงการ “สร้างสรรค์”และ“ทำลาย”อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

             บทสุดท้ายอยู่ที่รัฐบาล ซึ่งประกาศยุทธศาสตร์ 20 ปีเดินหน้าไทยแลนด์ 4.0 พร้อมบอกว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง แต่ถ้ายังไม่เร่งรื้อระบบที่คร่ำครึ แล้วสร้างระบบที่ทันยุคทันสมัยทดแทน

             อาจจะหาคนอยู่ข้างหน้าไม่เจอก็ได้!

             (สกู๊ปธุรกิจ 4.0 หนังสือพิมพ์เส้นทางนักขาย ฉบับที่ 362 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 ธันวาคม 2560)

Subscribe to this RSS feed
Bingo sites http://gbetting.co.uk/bingo with sign up bonuses