updated 10:11 AM ICT, Oct 20, 2017
Headlines:

เตือนภัย! สื่อออนไลน์ขายอาหารเสริม ระวัง!! ขายสินค้าโอ้อวดเกินจริง

                  สังคมในปัจจุบันการทำตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์เข้ามามีบทบาทกับโลกธุรกิจยุคนี้กันอย่างมากขึ้น ไม่ว่าสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตเลยกลายเป็นตัวอำนวยความสะดวกที่ถือเป็นปัจจัยที่ 5 ของการดำเนินชีวิตในสังคมปัจจุบัน ทำให้กลายเป็นอีกช่องทางที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในการทำตลาด ซึ่งมีการงัดสารพัดระบบการตลาดแบบครบวงจรออกมาแพร่หลายในรูปสื่อโซเชียลมีเดีย และเป็นการโฆษณาส่งข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าให้กับลูกค้าได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย อาทิเช่น ไลน์ , เฟซบุ๊ก , อินสตาแกรม , ทวิตเตอร์และยูทูป ซึ่งใครก็สามารถที่จะเป็นเจ้าของกิจการได้ หรือกระทั่งสามารถที่จะกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้ตามต้องการ อีกทั้งยังสามารถที่จะวัดผลการรับรู้จากลูกค้าได้ดีอีกด้วย

               การตลาดทางตรงมักจะทำการตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งถือเป็นการกำหนดเป้าหมายลูกค้าได้ชัดเจน และส่งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการไปยังกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีฐานผู้บริโภคจำนวนมาก เมื่อดูสถิติขอประชากรทั้งโลกที่มีกว่า 7,527 ล้านคน มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 3,819 ล้านคน มีผู้ใช้โซเชียลมีเดียทั่วโลก 3,028 ล้านคน มีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ 5,052 ล้านคน และผู้ใช้โซเชียลผ่านโทรศัพท์มือถือ 2,780 ล้านคน (ที่มา : Marketingoops)

             โดยที่ผ่านมาการทำตลาดออนไลน์มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องขึ้นทุกๆปี เพราะผู้บริโภคหันมาซื้อของผ่านช่องทางออนไลน์ เนื่องจากสะดวกสบาย ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็สามารถซื้อของได้ตลอดเวลา ซึ่งตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยช่วงระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ได้แก่ ปี 2557มียอดขายรวม 2,033,493 ล้านบาท ในปี 2558 มียอดขายรวม 2,245,147 ล้านบาท และในปี 2559 มียอดขาย 2,523,994 ล้านบาท

               แต่กระนั้นก็ตาม สื่อโซเชียลก็ใช่จะดีในแง่มีมุมบวกไปเสียหมด โดยมันเป็นเหมือนดาบสองคมที่มีทั้งคุณและโทษแฝงในตัว เพราะการขายของผ่านสื่อออนไลน์นั้นเป็นเรื่องยากที่ภาครัฐ จะควบคุมดูแลได้ทั้งหมดทุกช่องทาง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มีขายกันอย่างแพร่หลายในอินเทอร์เน็ตในขณะนี้ สื่อโซเชียล ไลน์ได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศไทย เหล่านักธุรกิจออนไลน์มือใหม่ ต่างสรรหาผลิตภัณฑ์มาขายกัน โจ่งครึ่มซึ่งผลิตภัณฑ์ก็มีทั้งที่สรรพคุณสินค้าใช้แล้วมีทั้งที่เป็นของจริงและของปลอม

              แต่ที่น่าหนักไปกว่านั้นเห็นจะเป็นบางรายอวดอ้างสรรพคุณที่เกินความเป็นจริง โดยเฉพาะอาหารเสริมสมรรถภาพทางเพศที่มีขายกันอย่างแพร่หลาย บางรายถึงขึ้นใช้สื่อลามกอนาจารในการหลอกล่อผู้บริโภคในการเข้ากลุ่ม เพื่อที่จะโฆษณาขายสินค้า ซึ่งในจุดนี้หน่วยงานภาครัฐยังไม่สามารถที่จะตรวจสอบได้ ถ้าหากยังไม่ปรากฏตัวผู้เสียหายหรือเกิดความเสียหายขึ้นต่อผู้บริโภค

              จนร้อนถึงสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)ต้องออกมาเตือนสำหรับบรรดาผู้ชายทั้งหลายอย่าได้หลงเชื่อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโฆษณาเกินจริง เพราะไม่สามารถเพิ่มขนาดได้ อย.เตือน ผู้ที่ต้องการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ไม่มีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดไหน สามารถเพิ่มขนาด หรือรักษาผู้ที่เสื่อมสมรรถภาพทางเพศให้หายได้ อย่าหลงเชื่อโฆษณาโอ้อวดเกินจริง อาจสูญเสียเงิน และเป็นอันตรายได้

               โดยนายแพทย์พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่มีผู้แจ้งร้องเรียน เข้ามายังสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ว่าพบการโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทางสื่อโซเชียลมีเดีย ที่มีคำโฆษณาชวนเชื่อว่าผู้ที่ได้รับประทานไปแล้ว จะสามารถปลุกความเป็นชาย เพิ่มขนาด มีเพศสัมพันธ์ได้นาน ชะลอ และ แก้ปัญหาการหลั่งเร็ว ปลอดภัย 100% นั้น

ทั้งนี้อย.ได้ดำเนินการตรวจสอบแล้ว พบว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้รับอนุญาตโดยใช้ชื่อ สารสกัดจากหอยนางรม , แอล-อาร์จินีน , สารสกัดจากโสม , สารสกัดจากเก๋ากี้ , ผงกระชายดำ , ผงถั่งเช่า , ซิงค์ อะมิโน แอซิด คีเลต (ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร)(ตรา บลู มาวน์เท็นเลขสารบบอาหาร73-1-19156-1-0137 ซึ่งการโฆษณาทางสื่อโซเชียลมีเดียดังกล่าวไม่ได้ขออนุญาตจากอยและ เป็นการโฆษณาโอ้อวดเกินจริง ขณะนี้ อยได้ดำเนินการแจ้งระงับการโฆษณาและเชิญเจ้าของผลิตภัณฑ์เปรียบเทียบปรับแล้ว

             จึงมีการแจ้งเตือนผู้บริโภคเพศชายที่ต้องการปลุกความเป็นชาย ด้วยการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารขอให้ระมัดระวังอย่าหลงเชื่อโฆษณาเกินจริง ผู้ที่มีปัญหาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในการรักษาและฟื้นฟู เพื่อให้ได้รับการรักษาที่ทันเวลา ถูกต้อง ตรงจุด และไม่ต้องสูญเสียเงินโดยไม่จำเป็นอีกด้วย ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิด เป็นเพียงอาหารชนิดหนึ่ง ไม่มีคุณสมบัติในการรักษาโรคต่างๆ และไม่ได้ช่วยเสริมเรื่องทางเพศ ขอให้ผู้บริโภคใช้วิจารณญาณพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพราะนอกจากเสีย เงินโดยไม่จำเป็นแล้ว หากท่านมีโรคประจำตัวอาจได้รับผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อร่างกายโดยคาดไม่ถึงได้

              ที่ผ่านมาอยได้มีการตรวจจับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่กล่าวอ้างสรรพคุณเกินจริงในรูปแบบต่าง ๆ ที่ใช้บุคคลเป็นตัวแทนบอกเล่า สรรพคุณการใช้ ส่วนใหญ่พบโฆษณาในเว็บไซต์ , เคเบิลทีวี , วิทยุ หรือตามหนังสือพิมพ์ นิตยสารต่างๆ เป็นต้น ซึ่งอย.ได้ตรวจสอบและดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดมาโดยตลอดเพราะผลิตภัณฑ์ที่อวดอ้างสรรพคุณเหล่านี้ไม่ได้ขออนุญาตโฆษณาจากอย.

               อย่างไรก็ตามการโฆษณาโดยไม่ขออนุญาต หรือการโฆษณาที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง ทางสื่อต่างๆ ถือเป็นความผิด ซึ่งการโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารโดยไม่ได้รับอนุญาตจะมีความผิดทางกฎหมาย มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือถ้าพิสูจน์ได้ว่าเป็นการโฆษณาสรรพคุณ โอ้อวดเกินจริง หรือหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

              ทั้งนี้หากผู้บริโภคพบเห็นการโฆษณาหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพใดที่คาดว่าจะผิดกฎหมายหรืออวดอ้างสรรพคุณเกินจริง สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนอย. 1556 Email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. ตู้ ปณ. 1556 ปณฝกระทรวง สาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 หรือ ผ่านทาง Oryor Smart Application หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

              (บทความธุรกิจเครือข่าย หนังสือพิมพ์เส้นทางนักขาย ฉบับที่ 357 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1-15 ตุลาคม 2560)

Leave a comment

Make sure you enter the (*) required information where indicated. HTML code is not allowed.

Bingo sites http://gbetting.co.uk/bingo with sign up bonuses