updated 12:00 AM ICT, Jan 24, 2018
Headlines:

จับตาคลื่น 4.0 สร้างสรรค์และทำลาย!

            งานนี้ ไม่มีคำว่าถอยหลัง มีแต่เดินหน้าหรือไม่ก็ล้มหาย

            รัฐบาลไทยจำต้องทุ่มสุดๆในการขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 เพื่ออัพเกรดประเทศสู่โลกแห่งนวัตกรรม กระชากคนไทยพ้นหลุมดำ จาก“รายได้ปานกลาง”สู่“รายได้สูง”

             อย่างที่เกริ่นไว้ ถ้าเราไม่เดินสู่ 4.0 หรือเพียงแค่เดินช้าอุ้ยอ้าย เจ้า 4.0 ก็จะกลืนเรา ถึงขั้นย่อยสลายหายจากแผนที่เลยก็อาจเป็นได้

             ซึ่งที่กดปุ่มไปแล้วนั้น คือการต่อยอด อิสเทิร์น ซีบอร์ด สู่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(Eastern Economic Corridor) หรือเรียกกันสั้นๆว่า EEC โดยครอบคลุมพื้นที่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง พร้อมกับเดินหน้าปั้นแห่งสู่การพัฒนาเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EECi ซึ่งตัว I ที่ต่อท้ายก็คือ Innovation หรือนวัตกรรมนั่นเอง              

             เป้าหมายชัดเจน มุ่งเน้น 10 อุตสาหกรรมแห่นวัตกรรม หวังเม็ดเงินลงทุนจากภาคเอกชน 1.5 ล้านล้านบาท สร้างงานปีละ 100,000 ตำแหน่ง สร้างฐานภาษีใหม่ปีละ 100,000 ล้านบาท ดึงนักท่องเที่ยวปีละ 10 ล้านคน ดันเศรษฐกิจโตได้ 5%

            และ EEC ก็ไม่ต่างอะไรกับหัวใจของไทยแลนด์ 4.0 เป็นระบบนิเวศของนวัตกรรมไทย ในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในโลกแห่งดิจิทัล

             เนื่องเพราะสิ่งที่จะพ่วงมากับคำว่า EEC มีทั้งรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ มอเตอร์เวย์ ทางหลวง ท่าเรือน้ำลึก ไปจนถึงศูนย์ซ่อมอากาศยาน ที่สนามบินอู่ตะเภา

             เฉพาะตรงนี้ ก็มีเม็ดเงินสะพัดร่วม 5 แสนล้านทีเดียว!

            นี่คือสิ่งประเทศไทยเตรียมรับมือ เพื่อรองรับการลงทุน ไม่เช่นนั้น นักลงทุน 4.0 คงแห่กันไปที่เวียดนาม จนไทยเป็นเมืองร้างไปแน่

             นี่จึงไม่ใช่สิ่งที่ไทยควรจะทำ แต่เป็นสิ่งที่ “ต้อง”ทำ!

            รัฐเดินหน้า เอกชนก็คงอยู่เฉยๆไม่ได้ งานนี้อดีตบอสใหญ่ ปตท. ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ได้กล่าวไว้ที่สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ก่อนที่จะได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมไม่กี่วันว่า รัฐบาลก็คงต้องสร้างความมั่นใจให้กับภาคเอกชน เร่งออกกฎหมายเพื่อสร้างความชัดเจน เนื่องจากเม็ดเงินลงทุนค่อนข้างสูง เพื่อให้สอดรับกับคลื่นธุรกิจเศรษฐกิจที่กำลังเปลี่ยนไป

             เนื่องเพราะชีวิต ธุรกิจและอุตสาหกรรม ที่ว่ากันว่าโลก 4.0 นั้น ไม่ไปไม่ได้แล้วจริงๆ เพราะการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล จะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน ชนิดที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนทางสังคมอย่างชัดเจน ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ Disruption Technology คือการเกิดของใหม่ ที่จะทำลายของเก่าโดยสิ้นเชิง

             ลองเทียบเคียงดูร้านสะดวกซื้อ ที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ แล้วค่อยๆเขมือบของเดิมๆทั้งโชห่วยและตลาดสดอย่างเห็นได้ชัด

             อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีจะก่อให้เกิดธุรกิจใหม่ๆขึ้นมา ยิ่งหากมองในภาคการเงินจะเห็นความชัดเจนขึ้นมาทันที ด้วยการก่อกำเนิดโลกเสมือนจริง ในรูปของเงินเสมือนจริง นั่นคือการเกิดของ Bitcoin ที่ก่อตัวขึ้นมาเมื่อปี 2008 โดยชาวญี่ปุ่นที่ชื่อ ซาโตชิ นากาโมโต้ ซึ่งการสร้างเงินเสมือนจริงตัวนี้ ก็มาจากเทคโนโลยีที่เรียกกันว่า“บล็อกเชน”(Blockchain) ซึ่งก็คือรูปแบบการเก็บข้อมูลที่มั่นใจได้ว่าเชื่อถือได้อย่างแน่นอน เมื่อมาอยู่ในบล็อกเชนนี้แล้ว มั่นใจได้เลยว่าไม่มีการปลอมแปลงได้แน่นอน เช่นนี้ ก็จะสามารถกำจัด “ตัวกลาง”ในการแลกเปลี่ยนออกไปได้เลย

             จากตัวเลขของแบงก์ชาติระบุว่า มีคนไทยใช้สกุลเงินตัวนี้วันละ 300 ล้านบาททีเดียว โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ที่มั่นอกมั่นใจถึงกับแบกความเสี่ยงของเงินสกุลนี้ไว้เลย

             ดูจะไม่ใช่ธรรมดาแน่นอน!!

             หากว่าสกุลเงินยังได้รับความน่าเชื่อถือขนาดนี้ อย่างอื่นๆก็คงไม่ใช่เรื่องยาก เท่ากับเป็นสัญญาณบ่งบอกชัดๆว่า ถ้าใครปรับตัวไม่ได้ โดนเทคโนโลยีกลืนเอาง่ายๆ

             นอกจากนี้ยังมีอีกเทคโนโลยีคือ “บิ๊ก ดาต้า”(Big Data) อันคือข้อมูลขนาดมหาศาลที่รวมตัวกันอยู่นี่แห่งเดียว และใช้อีกเทคโนโลยีในการประมวลผล กลั่นกรอง เสาะหาและส่งข้อมูลออกมา ดังจะเห็นจากนวัตกรรมรถยนต์ ที่มีเซ็นเซอร์นับร้อยตัวในการควบคุมในตัวรถ

             จากคลื่น 4.0 ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลง พร้อมกับการกลืนกิน ทำให้มีการวิพากษ์ถึง 10 อาชีพที่จะถูกเทคโนโลยี AI หรือปัญญาประดิษฐ์แย่งงาน ถึงขั้นคนอาชีพนี้ต้องล่มสลายทีเดียว น่าเสียวไส้เพราะอาชีพที่ว่ามีทั้งแพทย์ จิตแพทย์ นักข่าว บรรณาธิการ นักการตลาดออนไลน์ นักกฎหมาย นักพัฒนาเว็บไซต์ นักบัญชี ผู้ดูแลออฟฟิศ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล

             พื้นที่ 4.0 ไม่มีที่ว่างให้ 0.4 จริงๆ!!

             เมื่อประมวลภาพแห่งอนาคตดูแล้ว นี่คือสิ่งที่คนไทย จะต้องตระหนักยิ่ง การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ รวดเร็ว กระทบแรง และไม่หยุดรอใคร ทั้งในชีวิตประจำวัน ชีวิตทำงานและชีวิตธุรกิจ ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเร่งปรับตัวรับมือให้ทันท่วงที

             เพราะหมายถึงการ “สร้างสรรค์”และ“ทำลาย”อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

             บทสุดท้ายอยู่ที่รัฐบาล ซึ่งประกาศยุทธศาสตร์ 20 ปีเดินหน้าไทยแลนด์ 4.0 พร้อมบอกว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง แต่ถ้ายังไม่เร่งรื้อระบบที่คร่ำครึ แล้วสร้างระบบที่ทันยุคทันสมัยทดแทน

             อาจจะหาคนอยู่ข้างหน้าไม่เจอก็ได้!

             (สกู๊ปธุรกิจ 4.0 หนังสือพิมพ์เส้นทางนักขาย ฉบับที่ 362 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 ธันวาคม 2560)

Last modified onMonday, 18 December 2017 05:34

Leave a comment

Make sure you enter the (*) required information where indicated. HTML code is not allowed.

Bingo sites http://gbetting.co.uk/bingo with sign up bonuses