ขู่ใช้ยาแรงถ้าดื้อแพ่ง คปภ.คาดจ่ายเคลมโควิดช้าเคลียร์จบก.ย.นี้ 7 Sep 2021

ขู่ใช้ยาแรงถ้าดื้อแพ่ง
คปภ.คาดจ่ายเคลมโควิดช้าเคลียร์จบก.ย.นี้

    แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและ

ส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการแก้ไขปัญหาเงินกองทุนขาดของบริษัทประกันวินาศภัยรายหนึ่ง ภายหลังจากถูกตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมเศรษฐกิจ(ปอศ.)และทางการอายัดบัญชีเงินฝากของบริษัทประกันฯรายดังกล่าวเพื่อนำไปตรวจสอบ เนื่องจากมีอดีตผู้บริหารเดิมได้เกี่ยวพันการกระทำความผิดและถูกจับกุมตัวดำเนินคดีไป ซึ่งภายหลังจากถูกอายัดบัญชี ได้ส่งผลให้คปภ.ไม่สามารถประเมินเงินกองทุนได้ ด้วยเหตุนี้ทางคปภ.จึงได้มีตั้งคณะกรรมการฯขึ้นมาชุดหนึ่งและเข้าไปกำกับดูแลใกล้ชิด พร้อมกับได้สั่งการให้บริษัททำการส่งแผนเพิ่มทุนเพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 27 พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย โดยคณะกรรมการฯชุดดังกล่าวจะต้องเร่งแผนการเพิ่มทุนและพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 20 ก.ย.นี้
ทั้งนี้ในเบื้องต้นทางผู้บริหารบริษัทประกันฯรายดังกล่าวได้แจ้งเข้ามาแล้วว่า บริษัทจะทำการเพิ่มทุนอีกจำนวน 25 ล้านบาท ซึ่งทางคปภ.ได้ให้ทางบริษัทนำกลับไปพิจารณาจำนวนเงินที่จะเพิ่มทุนใหม่ เนื่องจากเกรงว่าจะไม่พอเพียงต่อการดำเนินการธุรกิจ และตัวเลขคาร์เรโชของบริษัทที่ยังขาดตามกฎหมายของคปภ.อยู่ นอกจากนี้ทางคปภ.ยังได้สั่งการให้ทางบริษัทรีบเร่งแก้ไขนำเรื่องเงินกู้ยืมที่ให้ทางผู้บริหารเดิมกู้ยืมออกไปจากบริษัท ทยอยนำเข้ามาคืนให้ครบจำนวน ซึ่งยังขาดอยู่อีก 22 ล้านบาท ตลอดจนรวมไปถึงกรณีของเบี้ยประกันค้างรับอีกประมาณ 30 ล้านบาท ซึ่งเมื่อรวมๆ กันแล้วก็จะตกประมาณ 50 กว่าล้านบาท
“มันต้องชัดเจน สำหรับแผนการเรียกหนี้พวกนี้ รวมทั้งมันต้องมีกระบวนการจดทะเบียนเพิ่มทุน และแผนดำเนินงานที่ชัดเจน โดยอำนาจของนายทะเบียนให้ได้ 1 ปี ถ้าเขาทำได้ภายใน 1 ปี ก็โชคดีไป สำหรับณ ขณะนี้บริษัทยังสามารถรับประกันได้ คปภ.ยังไม่อนุมัติแผน แต่ตราบใดถ้านายทะเบียนอนุมัติตามแผน ก็ขยายธุรกิจไม่ได้ รวมถึงการรับประกันด้วย จนกว่าจะทำการแก้ไขฐานะบริษัทให้เป็นไปตามแผน โดยในวันที่ 13 ก.ย.นี้จะพิจารณาอีกทีว่า คณะกรรมการฯจะอนุมัติตามแผนหรือไม่ ก่อนที่จะนำเสนอให้ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาฯคปภ.พิจารณาเพื่อชี้ขาดในลำดับต่อไป”แหล่งข่าวรายนี้ กล่าวและว่า
อย่างไรก็ตาม สำหรับสถานการณ์ของบริษัทประกันวินาศภัยรายนี้ คงไม่น่ากังวลมากนัก เนื่องจากระบบงานภายในของบริษัทยังทำงานและดำเนินการได้ปรกติ อีกทั้งพอร์ตงานรับประกันในปัจจุบันของบริษัทก็ถือว่ามีปริมาณลูกค้ายังน้อยมาก โดยมีจำนวนกรมธรรม์น่าจะอยู่ที่ประมาณ 2-3 หมื่นรายเท่านั้น
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระแสการบุกบริษัทประกันวินาศภัยของประชาชนที่ซื้อประกันโควิดเจอจ่ายจบไว้กับ 4 บริษัทประกันฯที่จ่ายล่าช้า โดยแต่ละบริษัทยังมีปัญหาในเรื่องของระบบการจ่ายเคลมที่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ทันรองรับกับลูกค้าที่เข้ามาเคลม จนเป็นที่มาให้ประชาชนจำนวนมากต่างไม่พอใจและเดินทางมายังสำนักงานใหญ่ของแต่ละบริษัทประกันนั้น จนล่าสุดเมื่อวานนี้(7 ก.ย.2564) ภายหลังจากได้มีประชาชนบุกไปทวงเงินค่าสินไหมของบริษัทประกันฯอีกรายหนึ่ง ซึ่งเป็นรายที่สามในช่วงตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาฯคปภ.ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ในวันนี้ได้หารือกับ 2 บริษัทประกันภัยที่มีปัญหาการจ่ายค่าสินไหมผู้เอาประกันโควิด-19 เจอจ่ายที่ล่าช้าแล้ว ซึ่งพบว่า ปัญหาเกิดจากบริษัทไม่ได้จัดเตรียมกำลังคน ตลอดจนเทคโนโลยี เพื่อรองรับอย่างเพียงพอ ซึ่งกำลังเร่งปรับปรุงเพื่อให้สามารถจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้เร็วยิ่งขึ้น คาดว่า สถานการณ์จะคลี่คลาย และจ่ายค่าสินไหมได้จบภายในเดือนกันยายนนี้
โดยเลขาฯคปภ. ยังได้ระบุต่อว่า ขณะนี้มีผู้เอาประกันโควิดจำนวน 200 กว่ารายที่ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนเข้ามาแล้วยังคปภ. หากพบว่า บริษัทไหนไม่ทำตามระเบียบคำสั่งที่คปภ.ได้กำหนดไว้ ก็จะนำเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการเปรียบเทียบปรับ โทษฐานประวิงค่าสินไหม ซึ่งมีอัตราโทษสูงถึง 5 แสนบาท และต้องเสียค่าปรับรายวันหากยังพบว่าจ่ายสินไหมให้ผู้เอาประกันล่าช้า ซึ่งอัตราโทษปรับรายวันจะตกอยู่ที่ไม่เกิน 2 หมื่นบาทต่อวัน โดยปรับไปเรื่อยจนถึงขั้นคปภ.เห็นว่า ควรให้ยาแรงก็กล่าวคือ กรณีหากเปรียบเทียบปรับไปแล้ว บริษัทก็ยังไม่ปรับปรุง อาจถึงขั้นสั่งให้หยุดดำเนินกิจการชั่วคราว ไปจนกว่าแก้ไขได้ หากบริษัทไม่สามารถแก้ไขได้ก็อาจจะถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัย

1,798