คริปโตเคอเรนซี่ อิสระภาพในการใช้จ่าย 3 Apr 2018

สวัสดีครับพบกันอีกครั้งนะครับ ผม ศตพล จันทร์ณรงค์

                นายกสมาคมการค้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อธุรกิจท่องเที่ยว

                วันนี้สิ่งที่ผมจะมาแบ่งปันอาจจะสุดขั้ว หรือมีความเห็นต่างจากผู้คนที่ฟังเรื่องนี้บ้างนะครับ เพราะสิ่งที่ผมจะพูดคุยกับคุณผู้อ่านในวันนี้ คือสกุลเงินดิจิตอล หรือ คริปโตเคอเรนซี่ ที่กำลังเป็นกระแสในตลาดบ้านเรา รวมถึงคำว่า การระดมทุนด้วย ico

วันนี้เราจะค่อยๆ มาทำความเข้าใจกันว่าทำไมถึงเกิดเรื่องนี้ ในสังคมบ้านเรา และในประเทศไทย และเกิดมุมมองที่แปลก แตกแยกทางความคิด กันออกไปมากมาย

ก่อนอื่นผมขอบอกว่าวันนี้ เรื่องของสกุลเงินดิจิตอลนั้น สำหรับผมถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาทั่วไป ที่เราเองก็มีโอกาสได้เคยใช้มาบ้างแล้วในชีวิต แต่เราก็ลืมไปว่ามันคือเรื่องเดียวกันนั่นเอง

แต่บริบทของวันนี้ ที่มันเกิดขึ้นมันไม่ใช่เรื่องของคนกลุ่มน้อย ที่จะใช้ สกุลเงินดิจิตอล หรือ คริปโตเคอเรนซี่ อีกต่อไป เพราะหากประเทศไทย หรือผู้มีอำนาจในบ้านเรา ยอมรับสิ่งนี้นั่นหมายถึงจะเกิดการทำลายล้างธุรกิจรูปแบบเดิม

และกลุ่มธุรกิจใหม่ ขอใช้คำ ให้มันทันสมัยหน่อย ว่า ฟินเทค (FinTech)  จะเข้ามามีบทบาทต่ออุตสาหกรรมการเงินในประเทศไทย โดยเปลี่ยนบทบาทจากรายเล็ก กลายเป็นรายใหญ่ที่มีคนใช้จำนวนมาก

ซึ่งแน่นอนหากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น รายใหญ่ก็ร้อนๆหนาวๆอย่างแน่นอน วันนี้จึงต้องมาทำความเข้าใจกันสักหน่อยว่าทำไมสกุลเงินดิจิตอลมันถึงเกิดขึ้น

จริงๆแล้วในทุกวันนี้ เงินหลายหมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ถูกโอนจากประเทศที่พัฒนาแล้ว กลับมายังประเทศที่กำลังพัฒนา และคุณทราบหรือไม่ครับ ว่าคนส่วนใหญ่ที่ไปทำงานในประเทศที่เจริญแล้ว หรือพัฒนาแล้วนั้นเขาไม่สามารถมี Bank account ได้ เขาต้องใช้บริการประเภทโอนเงินที่เคาน์เตอร์

โอนเงินสีเหลือง สีเขียว สีแดง สีส้ม คงเป็นที่ทราบกันดีนะครับ ในประเทศไทยก็มีอยู่หลายเจ้าซึ่งค่าธรรมเนียมนั้น แพงมากนี่เองครับ มันเป็นการกดขี่ผู้ที่มีรายได้น้อย ยิ่งมีรายได้น้อยโอกาสน้อย ก็เสียค่าธรรมเนียม หรือการเข้าถึงเทคโนโลยีแสนแพง โลกช่างไม่ยุติธรรมเสียเลย

เปรียบเทียบกับเศรษฐีครับ เอาเงินเข้ามา ให้ดอกเบี้ย 1-2 เปอร์เซ็นต์ แต่พอไปให้เขายืมใช้ กับคิดดอกเบี้ย ถึง 28 เปอร์เซ็นต์ พร้อมค่าธรรมเนียมอื่นๆ อีกมากมายเขาสามารถทำได้ จนประกอบกิจการใหญ่โต ระดับโลกแต่คนที่มีรายได้ น้อยกลับไม่สามารถที่จะใช้บริการทางการเงินซึ่งมีต้นทุนที่ต่ำได้

โลกก็เป็นเช่นนี้ครับ วันหนึ่งเมื่อถูกกดขี่มาก ก็มักจะมีทางออกเสมอ และทางออกที่ว่านั้น Digital Disruptiveหรือการทำลายล้างครับซึ่งผมเคยพูดไปแล้ว การทำลายล้างที่ผมว่านั้นเป็นการทำลายล้างอย่างสร้างสรรค์มิได้เป็นการทำลายล้างเหมือนไฟไหม้ป่า ที่เหลือแต่ตอหรือขี้เถ้า แต่การทำลายล้างของยุคดิจิตอลนั้นมันเป็นการทำลายล้างธุรกิจที่ล้าสมัยในยุคที่ 1 และยุคที่ 2 ทำลายล้างธุรกิจที่เอาเปรียบและสร้างธุรกิจใหม่ขึ้นมา

นี่แหละครับยังไม่หมดนะครับ คอยติดตามไปนี่คือคำทำนายของผม การทำลายล้างนั้นจะมีอยู่ 4 ช่วงด้วยกันช่วงที่ 1 คือการทำลายล้างธุรกิจสื่อครับเพราะใครๆก็เป็นสื่อได้และในช่วงที่ 2 นี่เองเป็นการทำลายล้างธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเงินในรูปแบบเดิมและเกิดธุรกิจการเงินแบบใหม่เกิดขึ้นที่เราเรียกว่า ฟินเทค  (FinTech) ไงล่ะครับ

วันนี้ขอเล่าให้ฟังเล็กน้อยครับกับสกุลเงินดิจิตอลบนโลกนี้ มันมีอยู่หลากหลายแบบครับแต่ผมขอให้คำจำกัดความเป็นประเภทของสกุลเงินดิจิตอลก็แล้วกัน

สกุลเงินดิจิตอลหรือคริปโตเคอเรนซี่ โดยทั่วไปที่นำมาใช้งานในตลาดที่แพร่หลายอยู่ ในปัจจุบันนี้แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ ชัดเจนดังต่อไปนี้ครับ

                ลักษณะที่ 1 คือการออกเหรียญประเภท Utility Token ก็คือเป็นเหรียญดิจิตอลที่ไม่สามารถไปแลกเปลี่ยนในตลาดซื้อขายได้ แต่สามารถนำไปแลกเปลี่ยน เป็นสินค้าหรือบริการต่างๆของผู้ออกเหรียญได้

                ลักษณะที่ 2 คือการออกเหรียญประเภท Security Token เหรียญประเภทนี้ เป็นเหรียญที่ใช้ ในการแสดงสิทธิ์ คล้ายกับใบแสดงสิทธิหุ้นครับ ก็คือผู้ออกเหรียญ จะให้ผลตอบแทนจากกิจการ หรือธุรกิจของเขา ตามจำนวนผู้ถือเหรียญนั่นเองครับ

การใช้สกุลเงินดิจิตอล หรือเหรียญดิจิตอล ยังสามารถประยุกต์ใช้ได้อีกมากมายครับ คุณลองนึกภาพนะครับในศูนย์อาหารใหญ่ๆ ที่ต้องมีการแลกเหรียญ แลกบัตรรับประทานอาหาร และไปใช้ในการรับประทานอาหาร คุณคิดว่ามีต้นทุนเท่าไหร่ ในการสร้างระบบนี้ครับ

อย่างแรกเลย เคาน์เตอร์แลกบัตร คอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ ที่ใช้เครื่องเติมบัตร เครื่องรับบัตรสลิป ระบบไฟฟ้า ค่าใช้จ่าย การบำรุงรักษาต่างๆ นานาล้วนเป็นต้นทุนที่สูงทั้งสิ้นครับ

แต่ถ้าคุณคิดตามผมนะครับวันนี้ถ้าคุณใช้ ระบบเหรียญดิจิตอล แทนเงินสด หรือบัตรเงินสดอะไรก็แล้วแต่ วันนี้คุณไม่ต้องมีแม้กระทั่ง เคาน์เตอร์ในการรับแลก และเครื่องมือในการรับแลกสลิป หรือซอฟต์แวร์อันแสนแพง

วันนี้นะ คุณสามารถดาวน์โหลดมาใช้ ได้ฟรีๆ และพร้อมด้วย Application เห็นไหมครับ วันนี้แค่การประยุกต์ใช้ เพียงเรื่องเดียว สามารถลดต้นทุนได้มากมายมหาศาลแล้ว ผู้ที่เกี่ยวข้องด้านการเงินจะเอาเหตุผลมาอ้างว่า การใช้สกุลเงินดิจิตอล หรือเหรียญดิจิตอลนั้น เป็นโทษหรือความเสี่ยงอย่างเดียวก็มีได้

                หากท่านเปิดใจให้กว้าง และเปิดพื้นที่ให้โลกนั้นมีอิสระในการที่จะสร้างธุรกิจ ในแบบที่มันเป็นผมคิดว่าสังคมนี้ น่าจะเติบโตไปได้อย่างกว้างไกล อีกแน่นอนและวันนี้สมาคมการค้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เรา ได้พัฒนาแพลตฟอร์มในการออกเหรียญดิจิตอล เพื่อให้ท่านนำไปต่อยอดลดต้นทุน และใช้ประโยชน์ต่างๆได้มากมาย

เช่น การนำไปใช้เป็นตัวแทน ในการแลกเปลี่ยน มูลค่าของสินค้า โดยไม่ต้องใช้เงินจริงๆหรือนำไปใช้เป็นเครื่องมือ ในการขอการสนับสนุน ระดมทุน ทางการเงิน จากทั่วโลก โดยแลกเปลี่ยนเป็นเหรียญดิจิตอล

                นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ของการนำไปใช้ประโยชน์ ของเหรียญดิจิตอล หากท่านใดสนใจสามารถติดต่อมาได้ที่ สมาคมการค้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อธุรกิจท่องเที่ยว

                เราพัฒนาระบบ และเทคโนโลยีนี้ เพื่อให้ประชาชน และบุคคลทั่วไปได้มีอิสระ เสรีและเข้าถึงเทคโนโลยีโดยชอบธรรมท่านใดสนใจติดต่อได้เลยนะครับ

(บทความพลิกไอเดีย 4.0 กับ ETA หนังสือพิมพ์เส้นทางนักขาย ฉบับที่ 369 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1-15 เมษายน 2561)

371