ถกวุ่นยืดกธ.สุขภาพใหม่ คปภ.เบรกประกันขอชาร์ท20%จ่ายเบี้ยช้า 6 Sep 2021

ถกวุ่นยืดกธ.สุขภาพใหม่
คปภ.เบรกประกันขอชาร์ท20%จ่ายเบี้ยช้า

    แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและ

ส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) เปิดเผยว่า ในเร็วๆ นี้นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคปภ. คงจะมีการนัดหารือกับบริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันวินาศภัยอีกครั้ง เพื่อหาข้อยุติเกี่ยวกับการบังคับใช้แบบประกันมาตรฐานใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้วันที่ 8 พ.ย.2564 ซึ่งโดยหลักการแบบมาตรฐานใหม่จะมีข้อดีก็คือ การการันตีการต่ออายุเป็นหลักสำคัญ โดยบริษัทประกันไม่สามารถจะ
ปฎิเสธการต่ออายุกรมธรรม์ลูกค้าได้ หากปรากฎลูกค้าเกิดโรคภัยร้ายแรงขึ้นมากลางคันหรือยังไม่ครบสัญญาเอาประกันตามสัญญาที่ทำไว้ และอีกประการหนึ่งแบบมาตรฐานใหม่จะมีผลดีกรณีที่กรมธรรม์มีความทันกับวิทยาการการแพทย์ใหม่ในโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลง
สำหรับประเด็นที่เลขาฯคปภ.จะนัดหารือก็คือ การหาข้อยุติร่วมกัน หลังจากเกิดเหตุความไม่พร้อมหลายประการของบริษัทประกันวินาศภัย ซึ่งยังไม่ได้เตรียมการความพร้อมให้สอดรับกับแบบประกันสุขภาพมาตรฐานใหม่ที่กำลังจะมีผลบังคับใช้แต่อย่างใด จนกระทั่งเกิดสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ซ้ำเติมภาคธุรกิจที่กำลังเผชิญกับการจ่ายเคลมประกันโควิดเจอจ่ายจบในหลายๆ บริษัท ซึ่งต่างจากภาคธุรกิจประกันชีวิตที่บริษัทส่วนใหญ่ต่างก็มีการเตรียมความพร้อมไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยเฉพาะมีการลงทุนปรับระบบและปัดฝุ่นสินค้าใหม่และยื่นเสนอขออนุมัติแบบประกันมาตรฐานใหม่ออกมาขายกัน ซึ่งก็ทยอยได้รับอนุมัติให้ขายกันไปบ้างแล้วก็มี และยังอยู่ค้างเติ่งระหว่างรออนุมัติจากคปภ.ก็จำนวนมากทีเดียวสำหรับหลายบริษัท เพราะฉะนั้นหากสมาคมประกันวินาศภัยไทยที่ยื่นขอให้คปภ.ทำการเลื่อนบังคับใช้ออกไปหนึ่งปี รวมถึงสมาคมประกันชีวิตไทยได้ยื่นขอให้เลื่อนตามไปในทิศทางเดียวกัน ก็ต้องมาดูเหตุผลกัน
“ยังไงก็ต้องมาดูกัน เราต้องคำนึงถึงความพร้อม ทางฝั่งหนึ่งเขาอยากขายแล้ว ซึ่งต้องยอมรับว่า แบบใหม่คือมาตรฐานในอนาคต ถ้าบริษัทเขาพร้อมแล้ว หรือคนที่ทำระบบเสร็จแล้ว จะชะลอหรือห้ามเขาไปต่องั้นหรือ คนที่เขาเตรียมระบบไปแล้ว ก็ต้องเห็นใจเขาด้วย ถึงแม้ว่าหนังสือเสนอขอเลื่อนบังคับใช้นั้นจะมีมาถึงคปภ.ทั้งฝั่งบริษัทประกันวินาศภัยและบริษัทประกันชีวิตก็ตาม ก็ต้องมาดูเหตุและผลกัน จะเป็นไปได้ไหมที่จะให้คนที่พร้อมเดินหน้าไปก่อน ส่วนรายที่ไม่พร้อมก็อนุโลมให้ น่าจะเหมาะสมกว่า เพราะอย่าลืมว่า แบบมาตรฐานใหม่มันดีกับผู้บริโภค และเป็นมาตรฐานใหม่ที่ยังไงอนาคตธุรกิจประกันต้องเดินไป คงจะต้องมาพูดคุยกันเรื่องปลีกย่อย และดูความหมายคืออะไรแน่ ตอนนี้ต้องมาไล่เรียงการขอเลื่อนของประกันชีวิต และประกันวินาศภัยขอมาให้เหตุผลยังไง เราต้องคำนึงถึงความพร้อมของคนที่เขาอยากขายแล้วด้วย หลายบริษัทพัฒนาระบบและผลิตภัณฑ์ใหม่มาร่วม 2 ปี ต้องเห็นใจ
เขาด้วย”
อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าว ระบุว่า เมื่อเร็วๆ นี้นอกเหนือจากทางสมาคมประกันชีวิตไทยจะเสนอขอเลื่อนการบังคับใช้แบบประกันสุขภาพมาตรฐานใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้วันที่ 8 พ.ย.นี้ออกไปเป็นเวลาหนึ่งแล้ว ทางสมาคมประกันชีวิตก็เห็นพ้องต้องกันกับข้อเสนอของสมาคมประกันวินาศภัยไทยด้วยในการขอต่ออายุการใช้อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนที่ใช้ในการกำกับ (Supervisory CAR) ที่ร้อยละ120% ออกไปอีกหนึ่งปี เนื่องจากผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 หลังจากได้ใช้เกณฑ์นี้มาครบ 2 ปีแล้ว และจะต้องมีผลบังคับใช้เกณฑ์อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนที่ใช้ในการกำกับ(Supervisory CAR) ที่ร้อยละ 140% ภายในปลายปีนี้ ซึ่งประเด็นนี้คงจะต้องนำเสนอเข้าบอร์ดพิจารณาเพื่อขอความเห็นชอบ
ขณะเดียวกันแหล่งข่าวจากบริษัทประกันชีวิตรายหนึ่ง เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ทางสมาคมประกันชีวิตไทยยังได้มีการติดตามเรื่องที่ได้เสนอคปภ.ไปก่อนหน้านี้หลายเรื่องด้วยกัน แต่ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป อาทิเช่น เรื่องหลักๆ คือการขออนุมัติสำหรับในส่วนกรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีการจ่ายชำระค่าเบี้ยล่าช้า 3 เดือนหรือ 6 เดือน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการติดตาม เพราะมันดูเหมือนบริษัทประกันได้รับเบี้ยล่าช้า ดังนั้นบริษัทต้องคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม โดยได้เสนอขอคิดดอกเบี้ยมาในอัตรา 20% ซึ่งในหลักการทางคปภ.ไม่ติดใจหากจะมีการชาร์ทเพิ่มในมุมมองของเรื่องค่าใช้จ่ายเพราะการวางระบบต่างๆ จุดนี้ทางคปภ.ไม่ขัด แต่ไม่เห็นด้วยที่จะมีการชาร์ทถึง 20% เป็นค่าใช้จ่ายแบบเบี้ยผิดนัดชำระ ซึ่งล่าสุดทางคปภ.ได้ขอให้ทางสมาคมประกันชีวิตไทยได้มีการทบทวน โดยสมาคมฯก็เพิ่งมีหนังสือบอกมาว่า ไม่ทบทวน ก็คงขึ้นอยู่กับว่าทางคปภ.จะว่าอย่างไรต่อไป

1,778