นิวยอร์ก 5.0 นักขายออนไลน์ 8 Jul 2018

               เพื่อนๆ นักขายครับ ทุกวันนี้ “อเมริกา” กำลังเปลี่ยนแนวคิดจาก “ทำมากได้น้อย” เป็น “ทำน้อยได้มาก” ผ่านวิธีคิด วิธีทำ ยุคดิจิทัล ที่เรียกว่า “นักขายออนไลน์”

มหานครนิวยอร์ก ในยุคดิจิทัล ไม่เหมือนเดิม โลกของนักขาย ก็แตกต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง

ธุรกิจต่างๆ ที่พบเห็นในมหานครนิวยอร์กวันนี้ กำลังปรับตัวเข้าสู่โหมดซื้อขายสินค้าออนไลน์เต็มรูปแบบ

สนามบินเจเอฟเค สนามบินนวร์ก สนามบินลากัวร์เดีย ทุกหนทุกแห่งที่เหยียบย่างไปในวันนี้ มีแต่คนจีนเดินย่ำไปบนท้องถนน  เทพีเสรีภาพ มีแต่นักท่องเที่ยวอินเดียกับจีนเดินกันเต็มไปหมด สะท้อนว่า “มหาอำนาจ” ที่มี “กำลังซื้อ” ระดับสูงสุด กระจุกตัวอยู่ใน 2 ประเทศสำคัญคืออินเดีย และจีน สำคัญคือเราสามารถติดต่อผู้ซื้อประเทศเหล่านี้ได้ด้วยการซื้อขายออนไลน์
สิ่งที่ทำให้ “นิวยอร์ก” เปลี่ยนไปจากเดิมคือ “ออนไลน์” การติดต่อสื่อสารทั่วไปในมหานครนิวยอร์กเวลานี้ ใช้ไวไฟในการสื่อสารติดต่อกับทั่วโลกผ่านแอปฯ ดังๆ อย่าง Messenger, WeChat, Line, Facebook เป็นต้น โลกการทำงานและการทำธุรกิจบนถนนย่านวอลล์สตรีทและไชน่าทาวน์ตลอดทั้งแถบดาวน์ทาวน์ของเกาะแมนฮัตตันเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง

ยกตัวอย่าง “การเข้าคิว” จองซื้อตั๋วเพื่อขึ้นเรือไปชม “เทพีเสรีภาพ” จากเดิมในอดีต ต้องไปรอเข้าคิวยาวเป็นหลายร้อยคน และอาจจบลงด้วยการไม่ได้คิวตามที่ต้องการ การจองทัวร์ไปเที่ยวเมืองสำคัญละแวกใกล้เคียงอย่าง วอชิงตัน ดีซี น้ำตกไนแองการ่า การจองโรงแรม และการซื้อตั๋วโดยสารเดินทางไปทั่วโลก แต่เดิมก็ต้องนั่งรถไฟใต้ดินไปติดต่อกิจการเอเย่นต์ทัวร์ด้วยตนเอง

ทว่ามหานครนิวยอร์กในยุคดิจิทัล ทุกสิ่งจบลงด้วย “ออนไลน์” เราสามารถใช้บริการซื้อขายสินค้าแบบ Anytime เวลาไหนก็ได้ Anywhere ที่ไหนก็ได้  เพียงแค่ใช้แอปฯจองโรงแรมอย่าง booking.com จองสายการบินต่างๆ โดยคำแนะนำของแอปฯ ดังอย่าง trip advisor  ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ได้สิทธิเข้าถึงข้อมูล เข้าถึงสินค้าและบริการตลอดทั้งเมืองนิวยอร์ก  ประตูร้านอาหาร และโรงแรมต่างๆ ทั่วไปในมหานครนิวยอร์ก  ล่าสุดติดป้ายกิจการออนไลน์ Trip Advisor เพื่อแนะนำคุณภาพการบริการ  ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นดิจิทัลออนไลน์ไปหมด

สัดส่วนประชากรอาศัยอยู่ในมหานครนิวยอร์ก  ก็เปลี่ยนไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง  เกาะแมนฮัตตันยามค่ำคืน เงียบเหงา และไม่ค่อยมีผู้คนอาศัย เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนไป ล่าสุดเริ่มมีการออกแบบและใช้รถพลังงานแบตเตอรี่ และขับเคลื่อนโดยไม่มีคนขับผ่านเทคโนโลยี AI กล่าวคือ “ปัญญาประดิษฐ์” ซึ่งควบคุมโดยระบบคอมพิวเตอร์สมองกลอัจฉริยะ มีผลทำให้อนาคต เราสามารถที่จะไปไหนมาไหนในมหานครนิวยอร์กได้สะดวก และง่ายดาย  ทุกอย่างเพียงแค่ “กดปุ่ม” ไม่ต้องพึ่งพา “แรงงานคน” อีกต่อไป

นักขายไทยต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง  จากเดิมไม่ได้เป็น “ผู้ผลิต” และ “ผู้ซื้อ” อนาคตก็ยกระดับกลายเป็น “ผู้ซื้อออนไลน์” และ “ผู้ขายออนไลน์”
อนาคต “นักขาย” ก็เปลี่ยนไป ต้องปรับตัวสู่การเป็น “นักขายออนไลน์” เต็มตัว เต็มรูปแบบ กล่าวคือสามารถซื้อสินค้าก็ได้  ขายสินค้าเองก็ได้ และผลิตสินค้าบางตัวขายเองก็ได้

นักขายออนไลน์ ต้องคิดหาวิธี “สร้างมูลค่า” ของสินค้าและบริการ แทนที่จะยึดติดกับแนวคิดแบบเดิม ๆ “เพิ่มมูลค่า” ผลที่ได้จากการ “สร้างมูลค่า” จะเกิดสินค้าและบริการเชิงสร้างสรรค์ มีผลให้ “ทำน้อยได้มาก” แตกต่างจากในอดีต  “ทำมากได้น้อย”
นักขายในอนาคต ต้องยกระดับพัฒนาตนเองเป็น SMEs ที่นอกเหนือจากขายสินค้าให้ผู้อื่นแล้ว ยังต้องคิดค้น “นวัตกรรม”  “เทคโนโลยี” และใช้ “ความคิดสร้างสรรค์”   ยกระดับตนเองให้กลายเป็น “ผู้ผลิตและจำหน่าย” สินค้าและบริการต่างๆ ด้วยตนเอง  เมื่อนักขายพัฒนาตนเองเป็นนักขายออนไลน์ สร้างสินค้า สร้างแบรนด์ขายเองได้สำเร็จ รายได้ก็จะสูงมากขึ้นตามไปด้วย  ชีวิตความเป็นอยู่ก็ดีขึ้น และมีอนาคตที่สดใสดีขึ้นกว่าเดิม เพราะ “โอกาส” เปิดกว้างกว่า

นักขายออนไลน์ ต้องเรียนรู้และพัฒนาตนเองตลอดชีวิต ต้องหมั่นศึกษาและพยายามขวนขวายเรียนรู้หลักสูตรต่างๆ ด้วยตนเองผ่านคอร์สฝึกอบรมระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวในระบบออนไลน์  ต้องเปิดใจกว้าง รับรู้ เรียนรู้ รู้เท่ารู้ทัน โลก และเทคโนโลยี สามารถปรับตัวอยู่กับธุรกิจต่างๆ ที่หลั่งไหลเข้ามาจากทั่วโลกได้อย่างทันท่วงที และต้องทำงานร่วมกับนานาชาติ โดยสั่งซื้อสินค้าออนไลน์เข้ามาขายในประเทศ ขณะเดียวกันก็ส่งสินค้าออกไปขายออนไลน์ในระดับนานาชาติได้ เน้นกลุ่มเป้าหมายหลักคือ  “จีน” และ “อินเดีย” ซึ่งเป็นตลาดใหญ่มากในเวลานี้
เพื่อนๆ นักขายครับ ถึงเวลาแล้วที่ต้องใช้เทคโนโลยีและภาษาเพื่อยกระดับและพัฒนาตนเองสู่การเป็นนักขายออนไลน์มืออาชีพ เมื่อวันนี้โลกเปลี่ยน วันหน้านักขายก็ต้องปรับตัวตาม จากขายสินค้าธรรมดา ก็กลายเป็น “นักขายออนไลน์” ให้ได้ครับ !

336