บล็อกเชนพลิกโฉมโลกการเงิน ธนาคาร ตลาดหลักทรัพย์
อาจหมดความหมาย 3 Apr 2018

                เทคโนโลยีบล็อกเชนที่เป็นข่าวอยู่ทั่วโลก วันนี้อยู่ในระยะเริ่มต้นการใช้งานเท่านั้น หลายๆบริษัทยังอยู่ในช่วงศึกษาวิจัยไม่ได้ใช้งานจริง

                บล็อกเชนสามารถเลือกใช้เป็นระบบปิด หรือระบบเปิดได้ แนวคิดใกล้เคียงกับอินทราเน็ตที่จำกัดเฉพาะกลุ่ม และอินเตอร์เน็ตที่เปิดกว้างใช้งานทั่วโลก

กรณีของ Blockchainที่ใช้กันอย่างเปิดกว้างหรือเป็นของธุรกิจใหม่ๆที่สตาร์ทอัพหลายแห่งกำลังทำอยู่ อาจส่งผลให้บริษัทตัวกลางที่คอยกินหัวคิวจากผู้ใช้งานเกิดความยากลำบากในการแข่งขันกับผู้มาใหม่ เพราะสตาร์ทอัพผู้มาใหม่มีบริการดีกว่า ในราคาถูกกว่า

แต่ในวันนี้มีองค์กรหรือบริษัทใหญ่ๆจำนวนมาก กำลังนำบล็อกเชนมาใช้เป็นระบบปิดสำหรับลูกค้าที่อยู่ในเครือข่าย ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการบริหารงานต่ำลง อาจช่วยทำให้แข่งขันกับคู่แข่งเก่าในวงการเดียวกันได้ และรวมถึงคู่แข่งใหม่ที่เป็นบริษัทเทคฯหรือสตาร์ทอัพใหม่ๆ

Blockchain มีจุดเริ่มต้นในแวดวงการเงิน สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นระบบซื้อขายเงินดิจิตอล Bitcoinแต่ด้วยแนวคิดที่น่ามหัศจรรย์ ทำให้มีการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนไปใช้ในแวดวงอื่นๆอีกมากมาย

Deloitte หรือ ดีลอยท์ ซึ่งอยู่ในธุรกิจที่ปรึกษาทางด้านบัญชีและการเงินอันดับหนึ่งของโลก ปี 2017 มีรายได้มากถึง $38.8 พันล้าน ได้อธิบายให้เห็นภาพเทคโนโลยีบล็อกเชนว่า…

ผู้ที่อยู่ในสาขาการเงินส่วนใหญ่คงพอเข้าใจบิทคอยน์และคริปโตเคอเรนซี่แล้ว แนวคิดเดียวกันนี้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้อีกหลายอย่าง ซึ่งเป็นระบบดิจิตอล สามารถกระจายธุรกรรมแบบแยกประเภท โดยมีสำเนาระบุตัวตนไปให้สมาชิกในคอมพิวเตอร์

สมาชิกทุกรายสามารถทบทวนธุรกรรมก่อนหน้าและเริ่มบันทึกรายการใหม่ ธุรกรรม หรือ Transactions ถูกรวมกลุ่มในบล็อก การบันทึกธุรกรรมใหม่จะถูกเรียงลำดับต่อจากธุรกรรมครั้งก่อน เหมือนเป็นโซ่ที่คล้องบล็อกหลายบล็อกเข้าด้วยกัน การเชื่อมต่อระหว่างบล็อกและเนื้อหาที่อยู่ข้างในถูกปกป้องด้วย Cryptography ดังนั้นธุรกรรมต่างๆที่อยู่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถถูกทำลายหรือปลอมแปลงได้ นั่นหมายความว่า Ledger หรือบัญชีแยกประเภทที่กระจายอยู่ในเครือข่ายจะมีความน่าเชื่อถือโดยปราศจากการพึ่งพาผู้มีอำนาจที่เป็นตัวกลาง

รายละเอียดทางเทคนิคของบล็อกเชนอาจดูซับซ้อนอยู่บ้าง แล้วยังมีการประยุกต์ใช้ที่หลากหลายอีกมากมาย อาจไม่มีความจำเป็นต้องเข้าใจแบบเจาะลึกในรายละเอียด แต่ทุกคนควรเข้าใจแนวคิดของมันเอาไว้ เพราะจะเกี่ยวโยงกับวิถีชีวิตของผู้คนในอนาคตอย่างมาก ความแปลกใหม่มหัศจรรย์อาจใกล้เคียงกับวันที่มนุษย์เริ่มรู้จักอินเตอร์เน็ตครั้งแรก

                ดีลอยท์ ที่ปรึกษาทางด้านบัญชีและการเงินยักษ์ใหญ่อันดับหนึ่งของโลก ได้สรุปให้เห็นเทคโนโลยีบล็อกเชน 5 เรื่องที่จะถูกนำมาใช้สำหรับบริการทางด้านการเงิน

1.เทคโนโลยีบล็อกเชนช่วยทำให้การจ่ายเงินข้ามเขตหรือข้ามประเทศทำได้เร็วขึ้น และมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าระบบการโอนเงินแบบเก่าซึ่งมักจะแพงและมีขบวนการล่าช้า

2.เทคโนโลยีบล็อกเชนคืออนาคตของการซื้อขายหุ้นหรือหลักทรัพย์ของโลก ทำให้การซื้อขายระหว่างกันมีความถูกต้องแม่นยำขึ้น และใช้เวลาสั้นในขบวนการชำระเงินระหว่างกัน

3.เทคโนโลยีบล็อกเชน มีการใช้ประโยชน์จาก Smart Contract หรือ สัญญาอัจฉริยะ ทำให้การค้าขายหรือธุรกรรมต่างๆเดินหน้าไปตามสัญญาแบบอัตโนมัติ บังคับใช้กับคู่กรณีทุกรายตามสัญญาได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับตัวกลาง

4.เทคโนโลยีบล็อกเชน ช่วยพัฒนาระบบการบริหารเพื่อระบุตัวตนแบบออนไลน์ สมาชิกสามารถเลือกได้ว่าจะระบุตัวตนอย่างไร และจะนำไปแจ้งให้ใครรับรู้บ้าง ยังคงต้องลงทะเบียนเพื่อระบุตัวตนในบล็อกเชน แต่หลังจากนั้นสามารถนำไปใช้ใหม่สำหรับการระบุตัวตนในบริการอื่นๆได้

5.เทคโนโลยีบล็อกเชน สามารถใช้เพื่อสร้างระบบความจงรักภักดีและการให้ผลตอบแทน มีความโปร่งใสและตามรอยตรวจสอบธุรกรรมต่างๆได้ ช่วยทำให้ธนาคารเกิดความมั่นใจในการสร้างโปรแกรมรอยัลตี้และการให้รางวัล มันเหมาะกับการบริหารงานแบบยี่สิบสี่ชั่วโมง และช่วยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของลูกค้าเพิ่มขึ้นด้วย

                ที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้น เน้นหนักไปทางทฤษฏีที่ช่วยทำให้เห็นแนวคิดหลักๆเท่านั้น ในโอกาสต่อไปจะยกตัวอย่างการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนไปใช้ซึ่งจะช่วยทำให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น!

(บทความ 4.0 พลิกโฉมโลก หนังสือพิมพ์เส้นทางนักขาย ฉบับที่ 369 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1-15 เมษายน 2561)

427