ประกันยังแกร่ง! มั่นใจไม่ตามรอยแบงก์/ธุรกิจต่าง/คปภ.เข้ม 23 Jun 2020

ประกันยังแกร่ง!
มั่นใจไม่ตามรอยแบงก์/ธุรกิจต่าง/คปภ.เข้ม

จากกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ได้มีนโยบายให้ธนาคารพาณิชย์จัดทำแผนบริหารจัดการระดับเงินกองทุนใหม่ พร้อมทั้งให้งดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานในปี 2563 รวมถึงงดการซื้อหุ้นคืนนั้น
แหล่งข่าววงการประกันชีวิต เปิดเผยว่า ในแง่ของภาคธุรกิจประกันชีวิตคงไม่จำเป็นต้องออกนโยบายมาควบคุมเรื่องการจ่ายเงินปันผล เพราะ
ประการแรก สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.)มีกำหนดเป็นเงื่อนไขในประกาศไว้อยู่แล้วว่า บริษัทใดจะปันผลได้ต้องมีตัวเลขคาร์เรโช(Car Ratio)ไม่ต่ำกว่า 200%
ประการที่สองธรรมชาติของการดำเนินธุรกิจของบริษัทประกันชีวิตก็แตกต่างออกไปจากธนาคารพาณิชย์ที่อาจจะมีปัญหาเรื่องตัวเลขNPL ทำให้มีภาระหนี้สิน และรายได้ธนาคารก็หายไป จึงทำให้ธปท.อาจจะเกรงว่าจะมีปัญหาได้
ธุรกิจประกันชีวิตจะมีปัญหาต่างกันออกไปที่คปภ. กังวลก็คือ เรื่องของการกู้เงินตามกรมธรรม์และการเวนคืนกรมธรรม์ ซึ่งในสถานการณ์ระหว่างนี้อาจได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ทำให้ลูกค้าหันมากู้เงินกธ.หรือขอเวนคืนกธ.ช่วงนี้จำนวนมาก แม้จะมีลูกค้าทำธุรกรรม2ประเภทนี้สูงขึ้น แต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ไม่น่ากังวล
เช่นเดียวกับปัญหาเงินกองทุนที่อาจจะหายไป ภายหลังจากหุ้นกู้หลายตัวถูกดาวน์เกรดลงมาหลังได้รับผลกระทบจากสถานกาณณ์โควิด-19 ทำให้มูลค่าหุ้นกู้ที่บริษัทประกันเข้าไปลงทุนหดหายไปหรือมีการแฮร์คัต ไม่ว่าจะเป็นหุ้นกู้การบินไทยที่บริษัทการบินไทยกำลังอยู่ในกระบวนการฟื้นฟูกิจการภายใต้ศาลล้มละลายกลาง
รวมทั้งหุ้นโรงแรม หรือหุ้นอื่นๆหลายตัวที่ได้รับผลกระทบจากปิดกิจการ และบางแห่งใช้เป็นสถานที่กักตัวของนักท่องเที่ยวในการเข้าสู่ State Quarantine เป็นต้น
แหล่งข่าว เชื่อว่า ทางคปภ.คงติดตามอย่างใกล้ชิดอยู่แล้วว่า มีบริษัทประกันฯรายใดที่ถือหุ้นกู้และได้รับผลกระทบจากประเด็นนี้บ้าง ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อกองทุนและคาร์เรโช โดยช่วงนี้ทางคปภ.ได้มีการขอให้บริษัทประกันทุกแห่งส่งรายงานตัวเลขให้คปภ.ถี่มากขึ้นกว่าปกติ

130