ประกันไม่ถอย เชื่อมั่นรับมือ‘แพ้วัคซีนโควิด’-ยุบ‘กักตัว’ 5 Apr 2021

ประกันไม่ถอย
เชื่อมั่นรับมือ‘แพ้วัคซีนโควิด’-ยุบ‘กักตัว’

    จากกรณีการปรากฏเป็นข่าวของทีท่ารัฐบาลในการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขของระยะเวลาในการกักตัวของผู้ที่ได้สัมผัสผู้ติดเชื้อโควิด-19 หรือสัมผัสกับกลุ่มก้อนคลัสเตอร์ผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อ

โควิด-19 ก็ตาม หรือกรณีการเกิดกระแสของผู้ฉีดวัคซีนโควิด-19 เข้าไปแล้ว เกิดอาการแพ้ต่างๆ รวมไปถึงเกิดเสียชีวิตต่างๆ ในภาพรวมแล้วมีผล
กระทบต่อธุรกิจประกันภัยในการปรับขึ้นค่าเบี้ยฯหรือไม่นั้น
ต่อเรื่องนี้ ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน์ ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทกรุงเทพประกันภัย จำกัด(มหาชน)
เปิดเผยถึงภาพรวมของการให้ความคุ้มครองหรือรับประกันไวรัสโควิด-19 ว่า ขณะนี้ยังอยู่ในความเสี่ยงที่อุตสาหกรรมรองรับได้อยู่ ไม่ว่า จะเป็นการให้ความคุ้มครองคนไทย หรือนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ซื้อขณะเข้ามาพำนักหรือท่องเที่ยวในไทย ซึ่ง
อัตราเบี้ยฯเวลานี้ยังรับได้ โดยไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นแต่อย่างใด รวมถึง ณ ขณะนี้ก็เริ่มมีมุมมองของการเสนอให้มีการลดการกักตัวลงจาก 14 วัน เหลือ 10 วัน และ 7 วัน จนถึงอนาคตอาจไม่ต้องมีการกักตัวเลยก็ว่าได้ ถ้ามีวัคซีนพาสปอรต์
ดร.อภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงในส่วนของผลิตภัณฑ์ให้ความคุ้มครองกรณีการแพ้จากฉีดวัคซีนโควิด-19 ว่า ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ก็เช่นกัน ก็ยังไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นค่าเบี้ย เนื่องจากขณะนี้การแพ้วัคซีนแทบจะน้อยมาก โดยเฉพาะเงื่อนไขจะเคลมการแพ้วัคซีนโควิดได้นั้น ก็ต่อเมื่อมีอาการแพ้อย่างรุนแรงจนต้องแอดมิทหรือเป็นคนไข้ใน รวมไปถึงมีอาการหนักเข้าขั้นโคม่า แต่หากเป็นผื่นแดงหรือแพ้เล็กน้อย ไม่สามารถจะเคลมได้ ซึ่งสถานการณ์ขณะนี้แทบจะมีน้อยมากที่ฉีดวัคซีนไปแล้วเกิดอาคารโคม่าและเสียชีวิต
“จริงๆแล้ว การแพ้วัคซีน มันอาจจะเกิดขึ้นในบางกลุ่มคน กับลองดูโอกาสของการติดเชื้อ
โควิด-19 จะเห็นว่าการติดเชื้อเยอะเลยในยุโรป แต่เอเชีย กลับเกิดน้อย และอีกอย่างหนี่งการเกิดภาวะลิ่มเลือดในระบบทางเดินโลหิด ส่วนตัวยังมีความรู้สึกว่า ในร่างกายของชาติตะวันตก ระบบคอเลสเตอรอล อะไรต่างๆ กับระบบการแข็งของตัวเลือด อาจจะมีพันธุกรรมที่นำไปสู่ภาวะอย่างงั้น โดยธรรมชาติของเผ่าพันธุ์ แต่ในบ้านเราผมเชื่อโอกาสน้อย และหากเกิดขึ้นกับคนไทยจำนวนหนึ่ง รัฐบาลคงจะหยุดฉีดแน่ เพราะฉะนั้นโอกาสจะแพ้วัคซีนรุนแรงจนถึงโคม่าในบ้านเราโอกาสคงน้อยมาก และผมยังเชื่อว่าหากเกิดขึ้นจริง โดยถ้าเกิดขึ้นสัก 5 ราย หรือ 10 ราย รัฐบาลคงหยุดฉีด แล้วเปลี่ยนวัคซีนยี่ห้อใหม่ ซึ่งล่าสุดอย.ก็อนุญาตให้ขึ้นทะเบียนวัคซีนจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันที่รพ.เอกชนยื่นขอมาแล้วเพิ่ม ซึ่งก็จะช่วยลดความเสี่ยงได้มากขึ้น”

1,006