ฟิลลิปไลฟ์ พัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง “พร้อมดูแลคุณภาพชีวิตคนไทย” 19 Jun 2018

เส้นทางนักขายฉบับนี้ ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พูดคุยกับ CAO หนุ่มไฟแรงจากค่ายประกันชีวิต ที่กำลังเป็นที่จับตามองอย่าง ฟิลลิปไลฟ์ เพื่ออัพเดทข้อมูลความเคลื่อนไหวของทัพนักขายในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาว่า ผลงานเป็นอย่างไร และมีอะไรใหม่ๆ ที่จะเล่าสู่กันฟังบ้าง

ชวลิต ทองรมย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายขาย (CAO) บริษัท ฟิลลิปประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้เล่าให้ฟังถึงผู้นำทัพตัวแทนนักขายหลักของบริษัท เดิมมีอยู่ 2 ท่านคือ คุณชัยธนันท์ วัลภาธนเสฏฐ์ และคุณวิลาวัณย์ ศิริรัตน์ ในปีนี้ได้ คุณทัพพ์เทพ จาตุพรพิพัฒน์ ผู้บริหารตัวแทนฝีมือชั้นแนวหน้าของวงการประกันชีวิตเมืองไทยมาร่วมงาน ทำให้ 4 เดือนแรกของปี 2561 ในช่องทางขายผ่านตัวแทนของบริษัทฯ มีเบี้ยใหม่ทะลุ 120 ล้านบาทแล้ว โดยเฉพาะเบี้ยประกันชีวิตรายสามัญ เพิ่มขึ้นถึง 80% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เฉพาะสายงานของคุณทัพพ์เทพ มีการสร้างทีมใหม่ได้กว่า 400 คน เป็นผู้บริหารตัวแทนกว่า 200 คน ด้วยฟิลลิปไลฟ์มีตัวแทนทั้งเดิมและใหม่ทำให้สัดส่วนของตลาดกว้างและหลากหลาย กล่าวคือ มีทั้งตัวแทนที่ขายประกันแบบสามัญและตัวแทนที่ขายประกันในลักษณะควบการลงทุนหรือเป็นการออกแบบสินทรัพย์ให้ตนเองและครอบครัวด้วยผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต ทำให้มีตัวแทนที่มีจำนวนรายมาก และตัวแทนที่มีเบี้ยต่อกรมธรรม์สูง ส่งผลให้บรรยากาศของทัพตัวแทนฝ่ายขายของฟิลลิปไลฟ์ คึกคักขึ้นเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ฟิลลิปไลฟ์ ได้เตรียมการขยายออฟฟิตเพื่อรองรับการเติบโต โดยการซื้อพื้นที่ อาคารไอทีเอฟ ทาวเวอร์ ย่านใจกลางเมืองบนถนนสีลม กว่า 1,800 ตารางเมตร ซึ่งกำลังตกแต่งและพร้อมดำเนินการได้ในเดือนสิงหาคมนี้ และในส่วนภูมิภาคก็เร่งเปิดสาขาเพื่อรองรับเพื่อนนักขายที่จะมาร่วมงานกับบริษัท ปัจจุบันมีมากกว่า 25 สาขา ล่าสุดได้เปิดสาขานนทบุรี ย่านถนนราชพฤกษ์ ในส่วนของการฝึกอบรม ทีมสนับสนุน พร้อมอบรมให้ผู้ที่ไม่เคยมีประสบการณ์ในการเป็นตัวแทนมาก่อน รวมถึงการเพิ่มศักยภาพและพัฒนาให้เป็นที่ปรึกษาทางการเงินในการรองรับตลาดยุค 4.0

ฟิลลิปไลฟ์ มีพื้นฐานธุรกิจมาจากการบริหารสินทรัพย์ เมื่อแตกไลน์มาเปิดธุรกิจประกันชีวิต ก็ยังคงใช้แนวทางการบริหารสินทรัพย์เช่นเดิม แต่ปรับมาเป็นการบริหารสินทรัพย์ส่วนบุคคล โดยใช้ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตเป็นพื้นฐานในการตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า เชื่อมโยงด้วยผลิตภัณฑ์ทางการเงินของกลุ่มฟิลลิปแคปปิตอล ซึ่งสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างครบถ้วน

ปัจจุบันกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ หรือเรียกว่ากลุ่มมิลเลี่ยนแนร์ (Gen M)  ที่เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2532 – 2538  คิดเป็น 14% ของประชากรในประเทศไทย  กล่าวได้ว่าเป็นกลุ่มคนที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนตั้งแต่อายุยังน้อย  เพราะเห็นว่าเวลาเป็นปัจจัยสำคัญอย่างมากกับความสำเร็จในอนาคต จึงเริ่มลงทุนในสินทรัพย์ (Asset Design) ประเภทต่างๆ อาทิ บ้าน คอนโดมิเนียม  หน่วยลงทุน กองทุนรวม หรือกรมธรรม์ประกันชีวิต เป็นต้น โดยสามารถเพิ่มมูลค่าไปตามกาลเวลา รวมถึงคำนึงถึงสภาพคล่องทางการเงิน ซึ่งเป็นเครื่องมือสู่อิสรภาพทางการเงิน เพื่อบั้นปลายชีวิตที่มีคุณภาพ

บริษัทฯ ได้ออกแบบผลิตภัณฑ์ล่าสุดภายใต้ชื่อ “แฮปปี้ เวลธ์ตี้  90/6”  ชนิดไม่มีเงินปันผลซึ่งเป็นสินทรัพย์ในรูปแบบประกันชีวิต เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่กำลังวางแผนการลงทุนในระยะยาวแต่ชำระระยะสั้น โดยรับเงินคืนระหว่างปี จำนวน  2.25% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ตั้งแต่สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 1 ถึงสิ้นปีที่ผู้เอาประกันมีอายุครบ 50 ปี และเมื่อครบอายุ 51 ปียังรับเงินทุกปี เริ่มต้นที่ 10% และเพิ่มขึ้นปีละ 0.5%   ซึ่งได้รับผลตอบแทนเป็นจำนวนเงินรวมสูงสุดถึง 973%  ของจำนวนเงินเอาประกันภัย หากเริ่มปีกรมธรรม์ตั้งแต่แรกเกิดจนครบสัญญา ณ ปีกรมธรรม์ที่อายุครบ 90 ปี เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการสร้างผลตอบแทนที่สูง ซึ่งเป็นจุดเด่นของ แฮปปี้ เวลธ์ตี้  90/6

อีกทั้งยังสามารถรองรับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดด้วยคุ้มครองยาวนานถึงอายุ 90 ปี จ่ายเบี้ยประกันเพียง 6 ปีแรก หากในกรณีเสียชีวิตจะได้รับความคุ้มครองชีวิตสูงสุด 200% ของเงินเอาประกันภัย หรือมูลค่าเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์ประกันภัย หรือเบี้ยประกันภัยที่ชำระมาแล้วทั้งหมด (ไม่รวมเบี้ยประกันภัยของสัญญาเพิ่มเติม) แล้วแต่จำนวนใดมากกว่าจนถึงอายุ 90 ปี ตลอดจนเป็นสินทรัพย์ที่เปรียบเสมือนเงินสดในยามจำเป็นและเป็นมรดกจากรุ่นสู่รุ่นอย่างมีประสิทธิภาพ  นอกจากนี้ บริษัทฯ คาดว่าแฮปปี้ เวลธ์ตี้  90/6 จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีเป้าหมายการลงทุนเพื่อความมั่นคงในชีวิต  กล่าวได้ว่าเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการบริหารจัดการสินทรัพย์ได้ในหลายมิติ และรองรับความเสี่ยงในชีวิตได้เป็นอย่างดี

ในส่วนสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพ เพื่อเป็นไปตามนโยบายของ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ที่ให้บริษัทประกันชีวิตออกผลิตภัณฑ์คุ้มครองสุขภาพรวมถึงโรคร้ายแรง ทางฟิลลิปไลฟ์ได้ออกแบบประกัน  CI50 “สัญญาเพิ่มเติม 50 โรคร้ายแรง” เริ่มต้นเพียงวันละ 50 สตางค์ คุ้มครองโรคมะเร็ง โรคหัวใจ และโรคร้ายแรงครอบคลุมถึง 50 โรค เป็นไปตามข้อกำหนดใหม่ของ คปภ. สำหรับพี่น้องมุสลิม ฟิลลิปไลฟ์ยังมี “ฟิลลิปตะกาฟุล” ที่สร้างหลักประกันตามที่ลูกค้าต้องการและที่สำคัญเป็นไปตามหลักศาสนาอิสลาม  เรียกได้ว่า ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต ฟิลลิปไลฟ์มีให้เลือกตามความต้องการและออกแบบให้ทันกับยุคสมัย ที่ผู้คนต้องการวางแผนทางการเงินตั้งแต่อายุยังน้อย ในขณะที่ต้องการหลักประกันการมีสุขภาพที่ดีควบคู่ไปด้วย

นอกจากความพร้อมด้านบุคลากร ทัพนักขายผ่านช่องทางตัวแทนที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง สถานที่ทำงาน และผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแล้ว ในส่วนของ IT ทางฟิลลิปไลฟ์ มีการพัฒนาแอพพลิเคชั่น  PhillipLife  บนสมาร์ทโฟนที่รองรับทั้งระบบ ios และ  android  เพื่อให้บริการลูกค้าในช่องทางออนไลน์ ทั้งนี้บริษัทฯ มีบุคคลากรด้านสารสนเทศที่มีความสามารถในการพัฒนาระบบได้เป็นอย่างดี กล่าวได้ว่าในเรื่องระบบสารสนเทศ บริษัทฯ มีความพร้อมทั้งศักยภาพและประสิทธิภาพได้อย่างสมบูรณ์ ถือเป็นจุดแข็งอย่างมาก

เรียกว่า ฟิลลิปไลฟ์ เป็นบริษัทประกันชีวิตที่มีศักยภาพในการแข่งขัน ทั้งช่องทางการให้บริการ การบริการจากตัวแทน  รวมถึงนวัตกรรมที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และพร้อมที่จะดูแลคุณภาพชีวิตคนไทย พร้อมรองรับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันที่จะผ่านเข้ามา รวมทั้ง มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์สำหรับชีวิตคนรุ่นใหม่กับการออกแบบผลิตภัณฑ์การลงทุนในสินทรัพย์ (Asset Design) ให้ลูกค้าได้ใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ

(บทสัมภาษณ์ หนังสือพิมพ์เส้นทางนักขาย ฉบับที่ 374 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-30 มิถุนายน 2561)

60