เมื่อโดนไฟแนนซ์ยึดรถยนต์ขายทอดตลาด 6 Feb 2019

การเช่าซื้อรถยนต์ถือเป็นทางเลือกหนึ่งของผู้ที่ต้องการมีรถยนต์ส่วนตัว แต่ไม่อาจจ่ายเงินสดได้ การดำเนินเข้าทำสัญญาดังกล่าวจึงจำเป็นต้องศึกษาข้อสัญญาให้รอบคอบ ในวันนี้จึงมีกรณีศึกษาเกี่ยวกับการที่มีการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคในสัญญาเช่าซื้อมาให้ศึกษากันดู

สคบ.ได้รับหนังสือจากผู้บริโภครายหนึ่งว่า ได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ กับบริษัท รถยนต์ดีดี จำกัด ซึ่งผู้บริโภคได้ค้างชำระค่าเช่าซื้อจำนวน ๓ งวด ต่อมาบริษัทฯ ได้มาติดตามยึดรถยนต์ โดยผู้บริโภคสามารถไถ่ถอนรถยนต์คันดังกล่าวได้ภายใน ๓๐ วัน แต่ปรากฏว่า บริษัทฯ ได้ขายรถยนต์ให้แก่บุคคลอื่นก่อนกำหนด โดยไม่ได้แจ้งให้ผู้บริโภคทราบ ทำให้ได้รับความเดือดร้อน จึงมาขอความเป็นธรรม ต่อ สคบ.  ซึ่ง สคบ. ได้เรียกผู้ตัวแทนบริษัทฯ มาพบ และได้เจรจาไกล่เกลี่ยกับผู้บริโภคซึ่งไม่สามารถตกลงกันได้ ซึ่งประเด็นที่ต้องพิจารณา คือ บริษัท รถยนต์ดีดี จำกัด ใช้สิทธิเลิกสัญญาโดยชอบ หรือไม่ อย่างไร

ซึ่งพบว่าสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ได้กำหนดว่า “กรณีที่เจ้าของบอกเลิกสัญญา และกลับเข้าครอบครองรถ เจ้าของจะแจ้งเป็นหนังสือไปยังผู้เช่า/ผู้ค้ำประกัน เพื่อให้ผู้เช่าใช้สิทธิซื้อรถ ในราคาเท่ากับจำนวนหนี้ที่ค้างชำระตามสัญญานี้ โดยได้ส่วนลดดอกเบี้ยเช่าซื้อตามสัญญาข้อ ๑๗ โดยให้เวลาไม่น้อยกว่า ๗ วัน” จากข้อเท็จจริงได้ความว่า ผู้บริโภคได้ค้างชำระค่าเช่าซื้องวดที่ ๑๓ ถึงงวดที่ ๑๕ รวม ๓ งวดติดต่อกัน ซึ่งบริษัทฯ ได้มีหนังสือแจ้งผู้บริโภคว่าได้มอบหมายให้สำนักงานแห่งหนึ่งเป็นตัวแทนของบริษัทฯ ในการติดตามให้ผู้บริโภคชำระหนี้ที่ค้างชำระซึ่งในเวลาต่อมาได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่มายึดรถยนต์คันที่เช่าซื้อไปจากผู้บริโภค หลังจากนั้นบริษัทฯ ได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้บริโภคปิดบัญชีตามสัญญาเช่าซื้อภายใน ๗ วัน หากพ้นกำหนดบริษัทฯ จะทำการขายทอดตลาดรถยนต์คันดังกล่าวผู้บริโภคจึงได้ไปติดต่อที่บริษัทฯ เพื่อนำค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระไปชำระให้แก่บริษัทฯ แต่ได้รับแจ้งจากพนักงานของบริษัทฯ รถยนต์คันที่เช่าซื้อได้ขาดให้แก่บุคคลอื่นไปแล้ว จึงไม่เป็นไปตามที่ตัวแทนจากบริษัทฯ ที่มายึดรถยนต์ ได้แจ้งกับผู้บริโภคว่า ผู้บริโภคสามารถไถ่ถอนรถยนต์คันที่เช่าซื้อได้ภายใน ๓๐ วัน นับจากวันที่ทำการยึดรถยนต์

หลังจากนั้น บริษัทฯ ได้มีหนังสือ แจ้งให้ผู้บริโภคชำระค่าส่วนต่างจากการขายทอดตลาดเมื่อซึ่งจากการตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ แล้วปรากฏว่า บริษัทฯ ไม่ได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้บริโภคชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ผู้บริโภคได้รับหนังสือ และบริษัทฯ ไม่มีหนังสือแจ้งให้ผู้บริโภคใช้สิทธิ์ซื้อรถยนต์คันที่เช่าซื้อคืนในราคาที่ต้องชำระตามสัญญาเช่าซื้อ ซึ่งบริษัทฯ ต้องแจ้งให้ผู้บริโภคทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๗ วัน ตามสัญญาฯ แต่บริษัทฯ ได้นำรถยนต์ไปขายทอดตลาดโดยไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญาให้ครบถ้วน การบอกเลิกสัญญา โดยการยึดรถยนต์ของบริษัทฯ จึงไม่ชอบ ทำให้การขายทอดตลาดของบริษัทฯ ไม่ชอบไปด้วย บริษัทฯ จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องให้ผู้บริโภคชำระค่าส่วนต่างจากการขายทอดตลาดตามสัญญาฯ ได้ บริษัทฯ มีหน้าที่ส่งมอบรถยนต์ให้ผู้บริโภคได้ใช้ประโยชน์ และผู้บริโภคมีหน้าที่ชำระค่าเช่าซื้อตามสัญญาและผู้บริโภคได้ติดตามให้บริษัทฯ ปฏิบัติตามสัญญาเช่าซื้อแล้ว แต่บริษัทฯ ไม่มีรถยนต์คันที่เช่าซื้อส่งมอบให้แก่ผู้บริโภคได้ และผู้บริโภคได้โต้แย้งการยึดรถยนต์ และใช้สิทธิเลิกสัญญาโดยไม่ชอบของบริษัทฯ แล้ว โดยการลงบันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดีต่อสถานีตำรวจนครบาลคลองตันไว้เป็นหลักฐานเมื่อบริษัทฯ ไม่สามารถคืนรถยนต์คันที่เช่าซื้อให้กับผู้บริโภคได้ ผู้บริโภคจึงขอให้บริษัทฯ คืนเงินที่ผู้บริโภคได้ชำระให้แก่บริษัทฯ ทั้งหมด ซึ่งถือว่า ผู้บริโภคได้แสดงเจตนาเลิกสัญญากับบริษัทฯ

กรณีดังกล่าวจึงเป็นกรณีที่คู่สัญญาต่างฝ่ายต่างแสดงเจตนาเลิกสัญญาต่อกันโดยปริยาย ดังนั้น จำต้องให้คู่กรณีแต่ละฝ่ายได้กลับคืนสู่ฐานะเดิม ดังนั้น ค่าเช่าซื้อที่ผู้บริโภคชำระให้แก่บริษัทฯ จำนวน ๑๒ งวด เป็นค่าใช้ทรัพย์ ผู้บริโภคจึงไม่มีสิทธิเรียกคืน ส่วนเงินดาวน์ที่ผู้บริโภคได้ชำระให้แก่บริษัท ฯ เป็นการชำระราคารถยนต์บางส่วน บริษัทฯ ต้องคืนให้แก่ผู้บริโภค การที่บริษัทฯ ไม่คืนเงินดาวน์แก่ผู้บริโภค พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมายในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี จึงเป็นการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค

212