แบงก์แอสชัวรันส์หนาว ธ.ออสซี่ขายทิ้งไลเซนส์มึนรัฐปรับอ่วม 5 Apr 2021

แบงก์แอสชัวรันส์หนาว
ธ.ออสซี่ขายทิ้งไลเซนส์มึนรัฐปรับอ่วม

    มีข่าวจากประเทศออสเตรเลียว่า รัฐบาลสั่งปรับธนาคารยักษ์ใหญ่ 5-6 แห่งโทษฐานขายประกันชีวิตแล้วไม่ดูแล ไม่มีบริการหลังการขาย ขายแบบยัดเยียดแลกกับการกู้เงินธนาคาร หรือขายโดยบอกว่าเป็นการฝากเงิน โดยจำนวนเงินที่ปรับสูงระดับพันล้านเหรียญ ทำให้ธนาคารในออสเตรเลียต่างพยายามขายใบอนุญาตออก เพื่อไม่ต้องรับโทษทัณฑ์อันนี้
    เป็นที่ทราบดีว่า ในประเทศออสเตรเลียมีกฎระเบียบที่เข้มงวดเกี่ยวกับการดูแลผู้บริโภค การขายประกันชีวิตต้องกรอกรายละเอียดข้อมูลลูกค้าและเอกสารต่างๆกว่า 20 หน้า เพื่อเป็นหลักฐานว่าที่ปรึกษาการเงิน (FA) ขายประกันชีวิตได้ถูกต้องตามความต้องการ และตามกำลังซื้อที่แท้จริงของลูกค้า หากมีหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่าที่ปรึกษาการเงินขายผิดวิธี ผิดจรรยาบรรณ จะถูกบังคับให้คืนเงินเบี้ยประกันที่จ่ายไปทั้งหมดทันที
    การสั่งปรับครั้งใหญ่ที่เพิ่งเกิดเมื่อสิ้นปี2563ที่ผ่านมา ถือเป็นชัยชนะอีกครั้งของผู้บริโภคในออสเตรเลีย ที่มีบทบาทอย่างสูงในการกำหนดกฎหมายที่ใช้บังคับในออสเตรเลีย ขณะที่ธนาคารในประเทศไทยกำลังมีความสุขกับการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการขายประกันชีวิตให้กับลูกค้าของธนาคาร จนมียอดขายขึ้นมาแซงหน้าตัวแทนประกันชีวิตที่อยู่ในธุรกิจมายาวนาน ซึ่งข่าวนี้อาจทำให้ธนาคารไทยเหล่านี้เริ่มหวั่นใจกับทิศทางที่ตนเองกำลังดำเนินอยู่
    เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทางเส้นทางนักขายได้สอบถามจาก คุณบรรยง วิทยวีรศักดิ์ ประธานสมาคมที่ปรึกษาการเงินแห่งเอเชียแปซิฟิก(APFinSA )ในฐานะที่ดูแลตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงินทั่วเอเชียแปซิฟิก รวมถึงประเทศออสเตรเลีย คุณบรรยงเล่าให้ฟังว่า เป็นความจริงว่าธนาคารยักษ์ใหญ่ในออสเตรเลียหลายแห่ง ต่างโดนปรับรวมเป็นเงินกว่าพันล้านเหรียญออสเตรเลีย จากการไม่บริการลูกค้าหลังการขาย และการขายที่ไม่ตรงกับเงื่อนไขของกรมธรรม์ กรรมการจากสมาคมที่ปรึกษาการเงินออสเตรเลีย(AFA) ที่เป็นสมาชิกของ APFinSA เล่าให้ฟังว่า ตอนนี้ธนาคารในออสเตรเลีย กว่าสามในสี่ได้ขายธุรกิจแบงค์แอสชัวรันส์ออกไปหมดแล้ว
    เป็นที่น่าสังเกตว่า การเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับกฎระเบียบใหม่ๆ ของธุรกิจประกันชีวิต มักมีจุดเริ่มต้นที่ประเทศอังกฤษ/ออสเตรเลีย แล้วถูกนำมาใช้ที่ประเทศสิงคโปร์ ต่อเนื่องมาที่ประเทศในย่านเอเชีย ไม่ว่ามาเลเซีย ฮ่องกงและประเทศไทย ต่างก็เลียนแบบและใช้กติกาเดียวกัน จึงน่าสนใจว่า ผู้คุมกฎในทวีปเอเซียจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้บริโภค และสั่งปรับธนาคารในแบบเดียวกันหรือไม่ ถ้าเกิดกรณีเช่นนั้นจริง ธนาคารที่ยิ่งขายประกันชีวิตไว้มากก็จะยิ่งเจ็บตัวมาก เพราะจะมีการปรับย้อนหลังตามจำนวนกรมธรรม์ที่ขายมานานนับสิบปี โดยรัฐจะดูว่าเคยไปดูแลลูกค้าเหล่านั้นหรือไม่ ถ้าไม่เคยก็จะถูกเรียกค่านายหน้าคืนให้กับผู้บริโภค หรือเข้ากองทุนเพื่อพัฒนาธุรกิจประกันชีวิตไป นี่จึงเป็นเหตุผลที่ธนาคารในออสเตรเลียเลือกที่จะขายธุรกิจแบงค์แอสชัวรันส์ออกไป เพื่อหนีการโดนปรับในกรณีดังกล่าว
    ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนี้ ต้องถือว่าประเทศออสเตรเลียมีความก้าวหน้าในการคุ้มครองผู้บริโภคมากที่สุดโดยเมื่อ 4 ปีที่แล้ว รัฐบาลออสเตรเลียออกกฏให้ตัวแทนทุกคนต้องจบวุฒิบัตรทางการเงิน(Financial designation) พอปี 2019 ได้กำหนดให้ตัวแทนประกันชีวิตหรือที่ปรึกษาการเงินที่เข้ามาใหม่ ต้องจบปริญญาตรีทางการวางแผนการเงิน(Degree equivalency) ส่วนตัวแทนประกันชีวิตหรือที่ปรึกษาการเงินที่มีอยู่เดิม จะต้องทยอยอบรม/ศึกษาเพื่อให้ได้ปริญญาบัตรทางวางแผนการเงินภายใน 5 ปี หรือภายในปีค.ศ.2024 ทำให้ตัวแทนประกันชีวิตดั้งเดิมที่รับแรงกดดันนี้ไม่ไหว หายไปเกือบ 30% ตัวแทนที่ยังคงอยู่ จึงมีลูกค้ามากขึ้น แต่ก็ต้องทำงานหนักขึ้นมากในการขายแต่ละราย เพราะต้องเก็บข้อมูลลูกค้าราว 30 หน้ากระดาษต่อการขาย 1 ราย ยิ่งถ้าเป็นการขายในเชิงการลงทุน อาจจะต้องมีเอกสารให้กรอกถึง 50 หน้าทีเดียว
    นายบรรยงได้ฝากข้อคิดให้กับตัวแทนประกันชีวิตในประเทศไทยว่า “อนาคตของพวกเรายังอีกยาวไกล ยิ่งธุรกิจพัฒนาไปมาก การเรียกร้องให้ดูแลผู้บริโภคจะเข้มข้นขึ้น ทำให้การขายประกันชีวิตทางออนไลน์หรือแบงค์แอสชัว

รันส์ทำได้ยากลำบากขึ้น ผู้บริโภคต้องการข้อมูลและรายละเอียดในการซื้อประกันชีวิตและวางแผนการเงินมากขึ้น ขอเพียงแต่พวกเราไม่หยุดที่จะพัฒนาตนเองขึ้นมาเป็นที่ปรึกษาการเงินที่มีคุณภาพ พวกเราก็จะสามารถยืนหยัดในธุรกิจไปได้ยาวนาน ไม่มีที่สิ้นสุดครับ”

1,282