FWD ภายใต้ CEO
หญิงแกร่ง ‘ปรมาศิริ มโนลม้าย’ 17 May 2018

คุณปรมาศิริ มโนลม้าย ขึ้นดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่ 1 มกราคม 2561 ที่ผ่านมา เป็นผู้นำในการขับเคลื่อนธุรกิจประกันชีวิตที่อยู่ในช่วงเติบโต ด้วยกลยุทธ์การนำเทคโนโลยีมาส่งเสริมการเสนอผลิตภัณฑ์ และบริการที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

ทั้งนี้ คุณปรมาศิริ ได้นำประสบการณ์ในธุรกิจประกันชีวิตกว่า 26 ปี เข้ามาสนับสนุนการทำงานที่ FWD โดยมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงมุมมองของคนต่อการประกันชีวิตแบบเดิมๆ โดยนำเสนอแบบประกันชีวิตที่เข้าใจง่าย สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง  และเพื่อให้ลูกค้าของเอฟดับบลิวดี ได้หมดกังวล และสามารถออกมาใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่

ซึ่งก่อนที่จะมาร่วมงานกับเอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต คุณปรมาศิริ เคยดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายขายของบริษัทประกันชีวิตชั้นนำของประเทศไทย โดยดูแลรับผิดชอบช่องทางการจำหน่าย ทั้งตัวแทน การขายผ่านธนาคาร ธุรกิจองค์กร และธุรกิจพันธมิตร รวมถึงศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่าย นอกจากนี้ คุณปรมาศิริ ยังเคยทำงานในบริษัทประกันชีวิตต่างชาติ โดยทำหน้าที่ประสานงานจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในประเทศไทย ก่อนจะดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายการตลาดของบริษัทในประเทศไทย

และเป็นโอกาสอันดีที่ เส้นทางนักขาย ฉบับนี้ ได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณปรมาศิริ มโนลม้าย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ที่จะมาบอกเล่าถึงวิสัยทัศน์และมุมมองต่างๆ เพื่อก้าวไปกับยุค “ไทยแลนด์ 4.0”

“เอฟดับบลิวดี มีวิสัยทัศน์ที่จะเปลี่ยนมุมมองของคนที่มีต่อการประกันชีวิต เพราะจริงๆ แล้วการประกันชีวิตเป็นสิ่งที่ดีต่อผู้ที่ถือกรมธรรม์ มีประโยชน์ต่อสังคมและครอบครัว รวมถึงการคุ้มครองผู้ประกันตนจากความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในการใช้ชีวิตประจำวันอีกด้วย”

ในปัจจุบันคนไทยยังให้ความสำคัญในเรื่องของประกันชีวิตน้อย ทำให้ “เอฟดับบลิวดี” เล็งเห็นความสำคัญในจุดนี้ บริษัทฯจึงได้มุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาใช้ในองค์กร ทั้งการให้บริการลูกค้าเพื่อการรับผลประโยชน์จากกรมธรรม์ประกันชีวิตอย่างสูงสุดและการพัฒนาสร้างทีมงานฝ่ายขายให้มีประสิทธิภาพ ยกระดับการเป็นมืออาชีพในการให้บริการลูกค้า รวมถึงการออกผลิตภัณฑ์ที่ดี ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ซึ่งทุกสิ่งเหล่านี้ถือเป็นหัวใจสำคัญที่เป็นตัวกำหนดทิศทางและกลยุทธ์ในการทำงานของ “เอฟดับบลิวดี”

สำหรับจุดเด่นของ “เอฟดับบลิวดี” ด้วยสีขององค์กรคือ สีส้ม ซึ่งสื่อถึงสีแห่งการคิดริเริ่มสร้างสรรค์ บริษัทฯพยายามที่จะคิดค้นนวัตกรรมผลิตภัณฑ์  เช่น การออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันอุบัติเหตุที่มีข้อจำกัดน้อยที่สุด และสามารถดูแลลูกค้าได้กว้างมากยิ่งขึ้น การนำระบบเทคโนโลยีมาใช้ ซึ่งทำให้ฝ่ายขายสามารถที่จะทำรายการกรมธรรม์บนแท็บเล็ตได้ โดยไม่ต้องมีการกรอกเอกสารผ่านกระดาษอีกต่อไป และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีจิตใจในการให้บริการลูกค้า ทำให้ 5 ปีที่ผ่านมา “เอฟดับบลิวดี” มีการเจริญเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและมั่นคง

ในปีนี้ “เอฟดับบลิวดี” จะสานต่อโครงการต่างๆ ให้เห็นถึงความชัดเจนในด้านนวัตกรรมและเทคโนลียีที่บริษัทได้นำมาใช้ ให้เกิดเป็นรูปธรรมและและการรับรู้ในเรื่องของแบรนด์ที่เป็นวงกว้าง

ส่วนเรื่องของการสร้างแบรนด์ที่เน้นความสดใหม่ ดูสดใส แท้จริงแล้วสิ่งที่ “เอฟดับบลิวดี” ต้องการสื่อนั้น เป็นไปในเรื่องของ “การให้ผู้คนออกไปใช้ชีวิต” โดยการใช้ชีวิตของคนเราทุกคน สามารถที่จะทำได้ทุกเพศ ทุกวัย ตามที่ใจฝันและตั้งใจ ซึ่งเราเป็นเพียงตัวช่วยที่จะให้ลูกค้าก้าวออกมาใช้ชีวิตโดยไม่มีความกังวลใดๆ

นอกจากนี้ “เอฟดับบลิวดี” ยังมีในเรื่องของการเตรียมความพร้อมสำหรับการวางแผนการใช้ชีวิต เมื่อมีความเสี่ยงเกิดขึ้น เราควรวางแผนอย่างไรให้กับตนเอง ครอบครัว และคนที่เรารัก เพราะฉะนั้นการวางแผนทางการเงินจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ “เอฟดับบลิวดี” ต้องการเป็นหนึ่งทางเลือกให้กับผู้บริโภคเมื่อต้องการวางแผนทางการเงิน เพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิต ขอให้นึกถึงเรา

ขณะที่การก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุของคนไทย จะมีเรื่องของค่าใช้จ่าย ค่ารักษาพยาบาลและค่าดูแลตนเอง เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับลูกหลานที่เกิดขึ้นตามมา “เอฟดับบลิวดี” ได้แบ่งเรื่องนี้ออกเป็น 2 ส่วนด้วยกัน คือ

1.) เรื่องของผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้ลูกค้าเตรียมความพร้อมหลังวัยเกษียณได้อย่างมั่นคง อาทิเช่น ผลิตภัณฑ์ด้านการวางแผนทางการเงิน ผลิตภัณฑ์ที่ดูแลในเรื่องของสุขภาพ เมื่อมีอายุมากขึ้นโรคภัยไข้เจ็บก็จะตามมา ซึ่ง “เอฟดับบลิวดี” ได้เตรียมความพร้อมในเรื่องของผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับวัยเกษียณที่มีความชัดเจนมากขึ้นในปีนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

2.) “เอฟดับบลิวดี” ยังมุ่งเน้นให้ความสำคัญในด้านของการบริการลูกค้าที่มีประสิทธิภาพ เพื่อสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่จะก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ

สำหรับ กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจภายใน 3 ปี ตั้งแต่ปี 2018 ถึงปี 2020 บริษัทฯยังคงมุ่งเน้นไปที่ลูกค้าเป็นหลักเช่นเดิม ด้วยกลยุทธ์หลัก ได้แก่

1.การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ทั้งในด้านการบริการ การให้คำแนะนำและการติดต่อบริษัท โดยนำดิจิทัลแพลตฟอร์มเข้ามาใช้ ในการพิจารณาความสนใจส่วนบุคคลของลูกค้า และช่องทางการสื่อสาร เพื่อสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ตรงใจลูกค้ามากที่สุด

2.มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์แบบบูรณาการ ที่ผสมผสานนวัตกรรมใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า

3.พัฒนาฝ่ายขายและช่องทางจัดจำหน่ายให้มีคุณภาพสูงสุด ทั้งในด้านการติดต่อกับลูกค้าและการสร้างทีมงานฝ่ายขายให้เป็นระดับมืออาชีพ รวมทั้งมีโปรแกรมฝึกอบรมที่ได้มาตรฐาน

4.การสร้างบุคลากรให้มีคุณค่า ด้วยโครงสร้างทางวัฒนธรรมองค์กรในแบบเอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต ที่สอดคล้องกับคุณค่าของแบรนด์

จากกลยุทธ์หลักนี้  บริษัทฯ คาดการณ์ว่าจะมีลูกค้าเพิ่มเป็น 1.6 ล้านคน ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 800,000 ราย และคาดว่าเบี้ยประกันรับปีแรกจะมีการเติบโตตามแผนงานที่วางเป้าหมายไว้

อย่างไรก็ตาม “เอฟดับบลิวดี” มีจุดเด่นสำคัญในเรื่องของผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่ได้รับความนิยมจากลูกค้า ทั้งกรมธรรม์อุบัติเหตุที่มีความโดดเด่นในการให้ความครอบคลุมลูกค้าที่ชอบในเรื่องการออกไปใช้ชีวิตที่ท้าทาย และยังมีกรมธรรม์ที่ครอบคลุมในเรื่องของโรคร้ายแรงต่างๆ ที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าอีกเช่นกัน เนื่องจากมีเบี้ยประกันที่ไม่สูง แต่ได้รับความคุ้มครองที่คุ้มค่า ส่วนในเรื่องของการวางแผนทางการเงินเพื่อการลงทุน “พาวเวอร์ลิงค์” ลูกค้าสามารถเลือกการลงทุนในช่องทางต่างๆ ได้หลากหลาย พร้อมทั้งการคุ้มครองชีวิตให้ลูกค้าได้อีกด้วย ซึ่งในตอนนี้ถือว่า “เอฟดับบลิวดี” มีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ทุกกลุ่ม

ขณะเดียวกัน “เอฟดับบลิวดี” ได้วางจุดยืนของตนเองโดยให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง บริษัทเชื่อว่าต้องอยู่ในทุกที่ทุกเวลาที่ลูกค้าต้องการ สามารถเข้าถึงได้ตลอดเวลาในทุกช่องทาง ซึ่งในอนาคตบริษัทได้วางช่องทางการจัดจำหน่ายเป็นแบบมัลติแชนแนล ที่ทุกช่องทางสามารถที่จะผสานเชื่อมโยงกันเป็นหนึ่งเดียว เพื่อให้ลูกค้ามีประสบการณ์ที่ดีกับ “เอฟดับบลิวดี” แต่ในช่องทางอื่นๆ ก็ยังมีความสำคัญอยู่ เช่น ช่องทางตัวแทนที่เป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการเข้าพบสื่อสารกับลูกค้าโดยตรง โดยบริษัทฯก็ยังคงสร้างตัวแทนใหม่อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ในช่องทางธนาคารพันธมิตร เอฟดับบลิวดี ได้จับมือกับธนาคารทหารไทย ที่จะคอยให้บริการการวางแผนทางการเงินแบบครบวงจรสำหรับลูกค้าที่สามารถเข้าใช้บริการในทุกสาขา

การสร้างตัวแทนที่มีคุณภาพนับว่าเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญของบริษัท ด้วยโครงสร้างผลประโยชน์ตัวแทนของเราที่สามารถแข่งขันได้อย่างดีในตลาด เรามีความตั้งใจจริงที่จะทำให้ตัวแทนของเราแข็งแรงบนพื้นฐาน 3 ประการคือ การมีผลิตภัณฑ์ที่ขายง่าย มีการพัฒนาอบรมเพื่อทำให้ตัวแทนขายได้และมีการสนับสนุนที่ดีที่จะทำให้เค้าขายดี เมื่อตัวแทนประสบความสำเร็จเค้าก็จะสามารถอยู่ในอาชีพได้และเมื่อการขายประกันชีวิตเป็นอาชีพของเค้า ความใส่ใจในการบริการลูกค้า ความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตัวเองในสายอาชีพ ความตั้งใจจริงที่จะศึกษาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อมานำเสนอลูกค้าก็จะเพิ่มมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ เราถือว่าเป็นหน้าที่ของบริษัทที่จะต้องช่วยให้ตัวแทนประสบความสำเร็จเพื่อเค้าจะได้ดูแลลูกค้าของเอฟดับบลิวดีอย่างดีที่สุด

“บริษัทฯ มุ่งเน้นในการสร้างตัวแทนคุณภาพ โดยสามารถผลิตตัวแทนสำหรับขายแบบประกันยูนิตลิ้งค์ในช่องทางการขายผ่านตัวแทนได้ 230 คน ภายใน 1 ปี ส่วนด้านช่องทางการขายผ่านธนาคาร ในปีที่ผ่านมาได้มีการต่อสัญญาการเสนอขายกรมธรรม์ประกันชีวิตผ่านธนาคารทหารไทย (TMB) เป็นเวลา 15 ปี และร่วมพัฒนาแบบประกันให้เหมาะสมกับลูกค้าของ TMB นอกจากนี้ ช่องทางการขายทางเลือกอื่นๆ มีการเติบโตสูงถึง 101%”

นอกจากนี้ การก้าวสู่ยุค “ไทยแลนด์ 4.0” ทุกคนจะต้องมีการปรับตัวกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปทั้ง สภาพแวดล้อม สภาพเศรษฐกิจ และสังคมที่เปลี่ยนแปลง การปรับตัวของธุรกิจประกันชีวิต “เอฟดับบลิวดี” ได้เล็งเห็นถึงนวัตกรรมที่เข้ามา ซึ่งบริษัทฯได้นำเทคโนโลยีเหล่านั้นมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์กับลูกค้าและฝ่ายขายของบริษัทฯ ให้สามารถเข้าถึงประกันชีวิตได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น ในราคาที่ถูกลง ซึ่ง “เอฟดับบลิวดี” อยู่บนเส้นทางของไทยแลนด์ 4.0 อยู่แล้ว

“ทุกสิ่งที่ ‘เอฟดับบลิวดี’ ประกันชีวิตดำเนินการเพื่อการพัฒนาที่ดียิ่งขึ้นนั้น เป็นเพราะเราต้องการเปลี่ยนมุมมองของคนที่มีต่อการประกันชีวิต  ซึ่งหมายความว่า ถ้าประชาชนเห็นความสำคัญของประกันชีวิต เขาก็จะมีหลักประกันในชีวิตที่มั่นคง เศรษฐกิจก็จะดีขึ้นและส่งผลให้สังคมไทยมีความแข็งแรง”

(บทสัมภาษณ์พิเศษ หนังสือพิมพ์เส้นทางนักขาย ฉบับที่ 372 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 พฤษภาคม 2561)

562