“Value our People”
และ “Be Open”
ยุทธศาสตร์บริหารคนหลากเจน สไตล์เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ 3 Jul 2019

“บุคลากร” คือหนึ่งในฟันเฟืองอันยิ่งใหญ่ที่จะขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ ซึ่งหลายบริษัทต่างให้ความสำคัญและออกแบบระบบการบริหารบุคลากรให้สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจของตน เช่นเดียวกับ เจนเนอราลี่ ประเทศไทย ที่ได้นำเอายุทธศาสตร์ “การสร้างคุณค่าให้กับบุคลากร” (Value our people) และ “การเปิดกว้าง” (Be Open)  ที่เป็นส่วนหนึ่งของค่านิยมหลัก (Core Value) จากบริษัทแม่ในประเทศอิตาลีมาใช้ และต่อยอดในเรื่องของการส่งเสริมความหลากหลาย สนับสนุนการเรียนรู้เพื่อความก้าวหน้าในอาชีพของพนักงาน และเปิดรับฟังทุกความคิดเห็น โดยมุ่งเน้นถึงการลดช่องว่างและส่งเสริมความใกล้ชิดระหว่างพนักงานกับผู้บริหาร ตลอดจนเพิ่มโอกาสให้พนักงานได้เสนอความคิดเห็นเพื่อปรับปรุงองค์กรให้ดีขึ้น

“บุคลากรหรือพนักงาน ถือเป็นหัวใจสำคัญขององค์กร การขับเคลื่อนธุรกิจจะประสบความสำเร็จได้ต้องมีทีมเวิร์คที่ดี เจนเนอราลี่ ประกันภัยทั่วโลก จึงยึดมั่นและให้ความสำคัญกับ “การสร้างคุณค่าให้กับบุคลากร” (Value our people)” นายบัณฑิต เจียมอนุกูลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารในกลุ่มบริษัทเจนเนอราลี่ ประจำประเทศไทย เกริ่นนำถึงแนวทางการบริหารบุคลากรตามแบบฉบับบริษัทชั้นนำระดับโลก

สำหรับเจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ หนึ่งในความท้าทายด้านการบริหารบุคลากร คือการบริหารคนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นอนาคตขององค์กร ภายใต้บริบทของความหลากหลาย อาทิเช่นความสนใจ ค่านิยม ทัศนคติ ประสบการณ์ ตลอดจนเป้าหมายส่วนบุคคล  คนกลุ่มนี้เป็นตัวของตัวเอง กล้าแสดงออกทั้งในด้านความคิดเห็นและการกระทำ  ดังนั้น เราต้องปรับเปลี่ยนวิธีการบริหารโดยกระตุ้นให้เขามีส่วนร่วม เปิดโอกาสในการแสดงความคิดเห็นมากขึ้น จึงเกิดโครงการ “SYNERGIZE OUR FUTURE” ขึ้นภายใต้แนวคิด “การเปิดกว้าง” (Be Open) เป็นเวทีรับฟังความคิดเห็นและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จากพนักงานทุกระดับชั้น ด้วยใจที่เปิดกว้าง เพราะเราเชื่อว่า พนักงานทุกคนเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนา ให้เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ เป็นองค์กรที่ทันสมัยและน่าอยู่ยิ่งขึ้น  โดยโครงการนี้จัดขึ้นทุกๆ 2 ปี ในรูปแบบ focus group  กลุ่มละ 20-30 คน พนักงานทุกระดับ ยกเว้น Senior Vice President (SVP) ขึ้นไปสามารถเข้าร่วมได้ และ ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์หลายประการ ได้ถูกนำไปปฏิบัติจริงเป็นsession ที่ทำให้ CEO และ HR เข้าถึงบุคลากรทุกระดับ และตอบโจทย์ความต้องการของคนในองค์กรได้เป็นอย่างดี

“พนักงานต้องการให้องค์กรเห็นเขามีตัวตน มีคุณค่าในองค์กร โครงการ “SYNERGIZE OUR FUTURE” จึงได้รับการตอบรับจากบุคลากรในองค์กรเป็นอย่างดี  เพราะเป็นเวทีที่เขาสามารถสื่อสารความคิดเห็นได้โดยตรงกับ CEO และ HR โดยไม่ผ่านลำดับชั้นบังคับบัญชา ซึ่งอาจจะล่าช้า หรือ ไม่มีโอกาสถูกนำเสนอเลยก็ได้”  นายบัณฑิต กล่าว

เสียงสะท้อนจากกิจกรรม “SYNERGIZE OUR FUTURE” ได้ถูกนำมาดำเนินการเป็นรูปธรรมแล้วหลายเรื่อง อาทิ  Flexi –Hours ที่พนักงานสามารถเลือกเวลาทำงานที่เหมาะกับตนเอง ซึ่งปัจจุบันสามารถเลือกได้ 3 เวลาคือ 08.00 – 16.30 น.08.30 – 17.00 น. และ 09.00 – 17 .30 น. โดยแต่ละปีพนักงานสามารถเลือกปรับเวลาทำงานได้ 2 ครั้ง

ขณะเดียวกัน เจนเนอราลี่ ยังใส่ใจในสุขภาพของพนักงาน Generali Healthy Care  จึงได้ จัดแบ่งพื้นที่สำหรับการใช้งานเฉพาะ อาทิ แยกห้องถ่ายเอกสารออกจากพื้นที่ทำงาน เพื่อลดอันตรายจากผงหมึกในเครื่องถ่ายเอกสาร ที่มีผลต่อระบบทางเดินหายใจ และลดผลกระทบจากเสียงการทำงานของเครื่องที่รบกวนสมาธิในการทำงาน  รวมทั้งยังดำเนินการเปลี่ยนเก้าอี้ทำงานใหม่ทั้งหมดเพื่อลดปัญหาการปวดหลัง ทั้งยังจุดประกายความคิดในการต้อนรับหน้าร้อน ’Short pants in April’ ที่อนุญาตให้พนักงานสวมใส่กางเกงขาสั้นทรงสุภาพ มาทำงานได้ในช่วงเดือนเมษายน ที่นอกจากจะเข้ากับสภาพอากาศแล้ว ยังช่วยสร้างสีสัน เพิ่มบรรยากาศการทำงานให้สดใส มีความทันสมัย และตอกย้ำแนวความคิดที่ว่าประสิทธิภาพการทำงานนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องแต่งกายหรือภาพลักษณ์ที่เคร่งขรึมเสมอไป

        “การรับฟังความคิดเห็น เสียงสะท้อน แม้จะเป็นจุดเล็กๆ ก็สามารถสร้างคุณค่าให้กับบุคลากรได้เป็นอย่างดี ช่วยทำให้พนักงานเกิดความเชื่อมั่น และกระตือรือร้นที่จะร่วมมือร่วมใจกันสร้างความสำเร็จให้กับองค์กรต่อไปในอนาคต” นายบัณฑิต กล่าวทิ้งท้าย

182